ผู้เขียน หัวข้อ: “รถเต่า” 80 ปีแห่งความคลาสสิค:R  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ตุลาคม 10, 2018, 05:32:43 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2524
    • ดูรายละเอียด

นับว่าเป็นข่าวเร่งด่วนในแวดวงยานยนต์โลก เมื่อ โฟล์คสวาเกน ค่ายรถยนต์ชั้นแนวหน้าของประเทศเยอรมัน ประกาศจัดแจงเลิกการสร้าง “บีเทิล” หรือ “โฟล์คเต่า” ในตอนกลางปีหน้า Tonkit360 ขอย้อนกลับไปมองความคลาสสิคของรถยนต์รุ่นนี้ว่าตลอด 80 ปีให้หลัง มีรุ่นไหนชนะใจผู้ใช้รถยนต์กันบ้าง

รุ่นเริ่มต้น “โฟล์คสวาเกน ไทป์ 1” สมัครufabet

   จุดเริ่มต้นของรถยนต์โฟล์คเต่า มีเหตุมาจากแนวความคิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตกาลหัวหน้าที่นาซีที่ปรารถนาสร้างรถยนต์ราคาไม่แพงให้ประชากรชาวเยอรมันได้ใช้ประโยชน์ ก็เลยสั่งให้ตำนานวิศวกรด้านรถยนต์อย่าง เฟอร์ดินานด์ ปอร์เช่ เป็นผู้ออกแบบตั้งแต่ในสมัยปี 1930 ก่อนที่จะท้ายที่สุดรถยนต์เต่าเวอร์ชั่นแรกจะผลิตออกขายในปี 1938 ในชื่อรุ่นขณะนั้นเป็น “โฟล์คสวาเกน ไทป์ 1”

   โดยสมัยเริ่มต้น รถยนต์ขนานเล็กนามว่า “โฟล์คสวาเกน ไทป์ 1” ใช้เครื่องจักรกล 1,000 ซีซี วางอยู่ข้างหลัง ให้กำลังสูงสุด 22 แรงม้า แล้วก็ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 100 กิโลต่อชั่วโมง แล้วก็แพงขายคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 4,300 บาท

ปี 1957 รุ่นท้ายที่สุดของ “หน้าจอไข่”  แทงบอลออนไลน์

หนึ่งในรถยนต์เต่ารุ่นที่คนประเทศไทยให้ความชื่นชอบเป็นรุ่นที่เรียกกันว่า “หน้าจอไข่” ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้สร้างมาจากโรงงานล็อตท้ายที่สุดในปี 1957 โดยเหตุผลที่เรียกกันว่าหน้าจอไข่นั้น ก็มาจากกระจกด้านหลังที่กลมเหมือนไข่ไก่ ซึ่งในขณะนี้นับว่าเป็นรุ่นหายาก และก็เป็นที่เรียกร้องของ นักสะสมหลายท่าน

โดยคณะทำงาน Tonkit360 ได้เข้าไปตรวจสอบราคาขายของ โฟล์คเต่า รุ่นดังที่กล่าวมาข้างต้นในตลาดรถยนต์มือสอง ปรากฏว่า ราคาขายอยู่ที่ภาวะรถยนต์ เริ่มจากระดับ 500,000 บาท ไปจนกระทั่ง 900,000 บาทปลายอย่างยิ่งจริงๆ

ปี 1968 ใช้ชื่อ “บีเทิล” อย่างเป็นทางการ

แม้ว่าจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก แม้กระนั้นด้วยรูปโฉมโนมพรรณที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ความชื่นชอบของโฟล์คสวาเกนรุ่นดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นพุ่งสูงมากขึ้นในยุโรป โดยในปี 1968 ถือได้ว่าเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ มีการเปลี่ยนทั้งยังเครื่องเครื่องจักรกล จาก 1,000 ซีซี ขยับขึ้นมาเป็น 1,500 ซีซี และก็มีกำลังมากขึ้นเป็น 54 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 130 กม.ต่อชั่วโมง