ผู้เขียน หัวข้อ: ความเป็นมา ศิลปะไทย :AO  (อ่าน 17 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ตุลาคม 07, 2018, 07:59:58 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2386
    • ดูรายละเอียด

ศิลป์ไทยได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศมาเป็นเวลายาวนานและก็ได้ปรับปรุงสืบไปผสมกับความเชื่อถือเขตแดนกระทั่งแปลงเป็นศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตน ราว พุทธศักราช 300 จนกระทั่ง พุทธศักราช 1111 พุทธศาสนานำเข้ามาโดยคนประเทศอินเดีย บอกให้เห็นอิทธิพลที่มีต่อศิลป์ไทยในสมัยข้างหลังทั้งยังด้านภาษา วรรณกรรม ศิลปกรรม โดยกระจัดกระจายเป็นกรุ๊ปศิลป์ยุคต่างๆเริ่มตั้งแต่ยุคอาณาจักรทวาราวดี ศรีวิชัย จังหวัดลพบุรี เมื่อฝูงชนไทยตั้งตัวมั่นคงรุ่งเรืองแล้ว พนันบอลออนไลน์ ศิลป์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วก็เลยทรงอิทธิพลต่อศิลป์ไทย ช่างไทยเพียรพยายามประดิษฐ์ให้มีลักษณะพิเศษกว่างานศิลปะของชาติอื่นๆมีการประดิษฐลวดลายไทยเป็นเครื่องประดับทำให้ลักษณะศิลป์ไทยมีแบบอย่างเฉพาะ แล้วก็ได้แทรกสอดวัฒนธรรม ขนบประเพณีรวมทั้งความรู้สึกของชาวไทยไว้ภายในงานพวกนั้น ดังจะมองเห็นได้จากภาพผนังตามอารามต่างๆวังราชวัง ตลอดจนเครื่องเพชรพลอยรวมทั้งของใช้ทั่วๆไป
ลักษณะ

ศิลป์ไทยได้รับอิทธิพลจากจารีตประเพณีแล้วก็วัฒนธรรมในสังคมไทย ตัวอย่างเช่น ชีวิตความเป็นอยู่รวมทั้งการดำรงชีพของชาวไทยที่ได้แทรกสอดเอาไว้ภายในผลงานที่ประดิษฐ์ขึ้น โดยยิ่งไปกว่านั้นศิลปกรรมที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธ อาจจะบอกได้ว่าศิลป์ไทยทำขึ้นเพื่อเกื้อหนุนศาสนาพุทธ เป็นการเชื่อมโยงรวมทั้งโน้มน้าวจิตใจของพสกนิกรให้กำเนิดความนับถือในศาสนาพุทธ
จิตรกรรมไทย จัดเป็นภาพเล่าที่เขียนขึ้นด้วยความนึกคิดจินตนาการของชาวไทย มีลักษณะตามอุดมคติของกระบวนงานช่างไทย เป็น
เขียนสีแบน ไม่นึกถึงแสงสว่างและก็เงา นิยมตัดเส้นให้เห็นกระจ่างเจน และก็เส้นที่ใช้ จะแสดงอารมณ์เคลื่อนนุ่มนวล

เขียนตัวพระ-นาง เป็นแบบละคร มีลีลาท่าทาง อาการเช่นกัน ผิดแผก กันด้วยสีร่างกายรวมทั้งเครื่องเพชรพลอย

วาดแบบตานกมองดู หรือเป็นภาพต่ำลงมากยิ่งกว่าสายตา โดยมุมมองจากที่สูงลงสู่ ข้างล่าง จะมองเห็นเป็นรูปเรื่องราวได้ตลอดภาพ

เขียนต่อเนื่องกันเป็นตอนๆสามารถมองจากซ้ายไปขวาหรือข้างล่างรวมทั้งบนได้ทั่ว ภาพ โดยขั้นตอนภาพด้วยหิน ต้นไม้ กำแพงเมือง รวมทั้งเส้นสินเทาหรือ คชกริด ฯลฯ

เขียนตกแต่งตกแต่งด้วยลวดลายไทย มีสีทองคำสร้างภาพให้เด่นกำเนิดบรรยากาศ พนันออนไลน์ สุขสว่างแล้วก็มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

ลายไทย เป็นลายที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยมีธรรมชาติมาเป็นแรงดลใจ โดยปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงธรรมชาติให้เป็นลวดลายใหม่ ดังเช่น ตาอ้อย ก้ามปู เปลว รวงข้าว รวมทั้งดอกบัว อื่นๆอีกมากมาย ลายไทยเดิมทีเรียกกันว่า "กระทีก" หมายความว่าลวดลาย ตัวอย่างเช่น กระคราวเปลี่ยน กระคราวกก้านม้วน ถัดมามีคำใช้ว่า "ทองคำ" เป็น ทองคำ สุวรรณปิดทอง มาศตู้ลายทองคำ แต่ว่าจะมีใช้เมื่อใดยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งคำเดิม "กระครั้งก" นี้รู้เรื่องเป็นคำแต่ว่าโบราณกาลที่มีมาตั้งแต่ยุคอาณาจักรทวาราวดี โดยเรียกต่อเนื่องกันจนกระทั่งเป็นคำเฉพาะ ซึ่งก็คือลวดลายก้านขด ลายก้านปู ลายก้าง ลายกระทีกเปลว ฯลฯ ลายไทยที่จัดเป็นแม่บทใช้สำหรับเพื่อการเขียนภาพมี 4 ลาย เป็นลายกระคราวก ลายสตรี ลายกระบี่รวมทั้งลายคชะ