ผู้เขียน หัวข้อ: สารกรองน้ำ  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 11, 2018, 10:58:46 PM
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 277
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

สารกรองน้ำ<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
สารกรองน้ำ<br />
<br />
 สารกรองน้ำ เป็นสาระสำคัญสำหรับในการกรองน้ำให้ได้คุณภาพ การเปลี่ยนสารกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพตามที่ได้มีการกำหนดเวลา ก็เลยเป็นสิ่งจำเป็น เครื่องกรองน้ำดีแต่ไม่ได้รับการดูแลและรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี จะนำมาซึ่งการทำให้เครื่องกรองน้ำมีประสิทธิภาพสำหรับในการกรองสิ่งสกปรกลดลง และก็สิ่งสกปรกที่หมักหมมจะทำให้น้ำปนเปื้อนและไม่สะอาด เหตุเพราะสารกรองน้ำมีอายุการใช้แรงงาน หลังจากที่ได้ใช้เครื่องกรองน้ำไปแล้ว สิ่งจำเป็นที่ลืมไม่ได้เด็ดขาดเป็น เรื่องระยะเวลาการล้างแล้วก็ปลี่ยนสารกรองน้ำและไส้กรองเนื่องจากสารกรองและก็ไส้กรองน้ำก็แก่การใช้งาน แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำที่ผ่านเครื่องกรองน้ำด้วย ทางที่ดีควรจะเปลี่ยนสารกรองน้ำและไส้กรองน้ำให้ตรงตามที่ได้กำหนดเวลา<br />
<br />
เดี๋ยวนี้สารกรองน้ำ มีนานัปการแบรนด์ ตามความจุดมุ่งหมายของการนำไปใช้, สภาพของน้ำดิบ, แล้วก็คุณภาพน้ำที่อยากได้ เพื่อคุณภาพสำหรับเพื่อการกรองสำหรับน้ำใช้ หรือ น้ำให้มีประสิทธิภาพ<br />
<br />
กรวด-ทราย คัดขนาด (Sand) เป็นกรวดและก็ทรายที่ใช้สำหรับกรองน้ำ ประสิทธิภาพสูง คัดขนาดอย่างดีเยี่ยม ไม่มีหินปูน (Limestone) มีเนื้ออ่อน และละลายน้ำเจริญปนเปอยู่ เนื่องจากว่าเมื่อใช้งานกรองน้ำมีการล้าง และก็กวนมากมายจะมีผลให้มีการผุกร่อนเล็กลงได้วิธีทดสอบ ว่าในก้อนกรวดและทรายมีหินปูนอยู่มากน้อย ขนาดไหนได้โดยแช่ในกรดเกลือเข้มข้นตรงเวลา 1 วัน จะมีน้ำหนักหายไปไม่เกินร้อยละ 5<br />
<br />
กรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) ทุกขนาด สำหรับกรองน้ำ โดยแบ่งตามขนาดดังนี้<br />
กรวด-ทราย (คัดขนาด) No.1 ขนาด 0.5 – 0.8 มิลลิเมตร<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดขนาด) No.2 ขนาด 1 -2 มิลลิเมตร<br />
กรวด-ทราย (คัดขนาด) No.3 ขนาด 2 – 5 มม.<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดขนาด) No.4 ขนาด 5 – 10 มม.<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) No.5 ขนาด 10 – 15 มม.<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) No.6 ขนาด 15 – 20 มม.<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดขนาด) No.7 ขนาด 20 – 30 มิลลิเมตร<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) No.8 ขนาด 30 – 40 มิลลิเมตร<br />
<br />
 <br />
<br />
<br />
<br />
จำพวกต่างของสารกรองน้ำ <br />
<br />
<br />
<br />
สารกรองแอนทราไซต์ หรือ Anthracite บางท่านบางทีอาจเรียกว่า แอนทราไซต์ มีคุณลักษณะสามารถกำจัดตะกอน และก็โคลนตม เพื่อน้ำสะอาด ทางบริษัท คราววอเตอร์เทคจำกัด สารกรองแอนทราไซท์นานาประการแบรนด์คุณภาพสูงในราคาพิเศษ พร้อมกับยังมีบริการเปลี่ยนสารกรองแอนทราไซท์<br />
<br />
สารกรองสนิมเหล็ก หรือ Manganese Sand บางท่านอาจเรียกว่า แมงกานีส มีคุณสมบัติสามารถกำจัดกำจัดสารโลหะ โดยเฉพาะสารละลายเหล็กที่ปนเปมาพร้อมกับน้ำ รวมทั้งยังเติมออกสิเจนให้กับน้ำ ทางบริษัท ทีวอเตอร์เทค ขายสารกรองสนิมเหล็กนานัปการยี่ห้อประสิทธิภาพสูงในราคาพิเศษ รวมทั้งยังมีบริการเปลี่ยนสารกรอง สนิมเหล็ก<br />
<br />
สารกรองเรซิ่น หรือ Ion Exchange Resins บางท่านบางทีอาจเรียกว่า เรซิ่น (Resin) ลักษณะเป็นเม็ดทรงกลมขนาดเล็กสีเหลือง สารกรองมีความชุ่มชื้น มีคุณสมบัติสามารถกำจัดความแข็งกระด้าง, หินปูน, แคลเซียม,แมกนีเซียม รวมทั้งซับสี เหมาะกับวิธีการทำน้ำอ่อน ทางบริษัท อควาเคมี จำหน่ายสารกรองเรซิ่นหลากหลายแบรนด์ประสิทธิภาพสูงในราคาพิเศษ พร้อมด้วยบริการบริการเปลี่ยนสารกรองเรซิ่น<br />
<br />
สารกรองคาร์บอน หรือ Activated Carbon ลักษณะเป็นเม็ดขนาดเล็กสีดำ บางคนอาจเรียกว่า ผงถ่าน มีคุณสมบัติสามารถกำจัดความมัว, สารแขวนลอย, สารอินทรีย์, กลิ่น, คลอรีน และสีในน้ำ ที่เกิดจากสารอินทรีย์ ทางบริษัท อควาเคมี สารกรองคาร์บอนหลากหลายยี่ห้อประสิทธิภาพสูงในราคาพิเศษ พร้อมกับบริการแปลงสารกรอง คาร์บอน<br />
<br />
คุณลักษณะของสารกรองน้ำ ANTHRACITE<br />
<br />
 “แอนทราไซท์” คือสารกรองน้ำเพื่อกำจัดตะกอนและก็โคลนตมเพื่อให้น้ำที่สะอาด โดยใช้สารแอนทราไซท์ เป็น วัตถุดิบรวมทั้งมีชื่อเรียกสั้นๆว่า “สารกรองน้ำแอนทราไซท์’ แอนทราไซท์ เป็นถ่านหินซึ่งมีธาตุคาร์บอนสูงมากที่สุด มีคาร์บอนสูงขึ้นมากยิ่งกว่าประเภทอื่นๆทุกต้นแบบมีส่วนประกอบของคาร์บอนสูงสุดและมีวัตถุสารซึ่งละลายน้ำได้น้อยที่สุด ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับถ่านหินรูปแบบอื่นๆดังเช่น ถ่านหิน น้ำมัน ถ่านหินลิกไนท์ ถ่านหินที่ใช้เพื่อการหุงหาอาหาร ฯลฯ<br />
<br />
แอนทราไซค์เป็นสารซึ่งมีธาตุคาร์บอนมากมาย (FIX CABON) รวมทั้งมีเถ้าถ่านเป็นปริมาณน้อยก็เลยถือได้ว่าสารที่มีคุณภาพดีเมื่อเปรียบเทียบกับวัตถุสารอื่นๆคาร์บอนจะไม่ละลายน้ำได้ง่าย รวมทั้งทนต่อวัตถุเคมีได้ดีมากยิ่งกว่า นอกนั้นยังมีคุณสมบัติเป็นถ่านหินที่มีความบริสุทธิ์สูง มีภาวะการตกผลึกที่ดี และไม่เปราะแตกหักง่าย เป็นต้นว่า เพรช ซึ่งมีความแข็งแกร่งและก็คงทนมากมาย ก็เป็นแบบหนึ่งของคาร์บอน เพราะมีความแข็ง ไม่เปราะแตกหักง่าย และไม่ละลายน้ำได้ง่ายแอนทราไซท์ก็เลยได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นสารกรองน้ำ<br />
<br />
คุณสมบัติของแอนทราไซท์ <br />
 1. เก็บขี้ตะกอนน้ำไว้ที่ผิวภายนอกของสารวัตถุ<br />
 2. สามารถดักจับตะกอนไว้ได้เยอะๆ <br />
 3. สามารถกรองน้ำได้จนถึงขั้นที่อยู่ลึกลงไปชั้นล่างๆด้วย<br />
 4. การชำระล้างน้ำชำระล้างทำเป็นอย่างง่ายดาย<br />
 5. มีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมีในอัตราสูง<br />
<br />
การกรอง (Filtration)<br />
 การกรองแบบติด ค้างในชั้นกรอง จะมี 3 ชนิดเป็น<br />
 • Slow Sand Filter Flow Rate<br />
 • Rapid Sand Filter Flow Rate<br />
 • Multimedia Filter (Anthracite & Sand)<br />
 ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการกรองแบบค้างในชั้นกรอง<br />
<br />
Slow Sand Filter<br />
<br />
เป็นแบบที่อดออม ใช้กับน้ำที่มีความมัวต่ำ การกรองน้ำด้วยอัตราต่ำ เหมาะสำหรับใช้ในบ้านนอกปกติ อัตรากา<br />
<br />
Rapid Sand Filter<br />
<br />
เครื่องกรองน้ำแบบนี้ เป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้ในโรงกรองน้ำปกติ ซึ่งธรรมดาจะใช้ Media เป็นทรายกรอง สามารถกรองน้ำได้สูงกว่าเครื่องกรองน้ำได้สูงสุดกว่าที่กรองหลายสิบเท่า ธรรมดาอัตราการไหลของน้ำ<br />
<br />
Multimedia Filter (แอนทราไซท์ & ทรายกรอง)<br />
<br />
เป็นการกรองที่ใช้กันธรรมดา ในถังกรองรุ่นใหม่ ใช้กับน้ำที่มีความขุ่นสูง โดยมีอัตราการกรองสูงกว่า แบบถังกรองทรายธรรมดา มีอัตราการไหลของน้ำ<br />
<br />
คุณประโยชน์ ของระบบการกรองน้ำที่ใช้แอนทราไซท์<br />
<br />
ตอนนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้แอนทราไซท์ แทนทรายกรองน้ำ ซึ่งมีคุณลักษณะที่ดีกว่า ดังนี้<br />
 1. แอนทราไซท์ มีลักษณะเป็นคาร์บอน มีพ้นผิวเป็นเหลี่ยมมุม สามารถกรองขี้ตะกอนแขวนลอยที่ปนเปมากับน้ำได้มากกว่าทรายซึ่งมีลักษณะเป็นทรงกลม (ตะกอนแขวนลอยจะมีมากมายในน้ำในใต้ดิน ดังเช่นว่า น้ำ บาดาล)<br />
 2. แอนทราไซท์ มีน้ำหนักน้อยกว่าทราย จึงทำให้การล้างกลับ (Back Wash) ได้ง่ายดายยิ่งกว่าทราย โดยเหตุนี้ ปริมาณการใช้น้ำล้างกลับ และก็แรงดันของน้ำก็เลยน้อยกว่าทรายในขนาดเครื่อง กรองเท่ากัน ซึ่งจะส่งผลทำให้ ออมค่ากระแสไฟ มากขึ้นด้วย<br />
 3. การใช้แอนทราไซท์กรองน้ำแทนทราย ทำให้อัตราการผลิตน้ำมากยิ่งกว่าการใช้ทรายกรอง ในตอนที่ ขนาดที่กรองเสมอกัน เพราะเหตุว่าแอนทราไซท์จะมีความพรุนระหว่างชั้นมากยิ่งกว่าทราย ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณการสร้างน้ำได้มากขึ้น โดยไม่ต้องขยายบ่อกรองส่งผลทำให้ปริมาณการผลิตมากขึ้นอีกเท่าตัว<br />
 4. รูปแบบของเม็ดแอนทราไซท์จะใหญ่มากยิ่งกว่าทราย แม้กระนั้นมีน้ำหนักค่อยกว่า ดังนั้น ตอนหลังการล้างกลับแอนทราไซท์จะอยู่เหนือทราย ลักษณะแบบนี้ จะมีผลให้ชั้นกรองปฏิบัติภารกิจดียิ่งขึ้น สามารถ กรองความมัวได้ในจำนวนมากกว่าเครื่องร่อนทรายทำให้จำนวนน้ำใสมากยิ่งกว่า นอกนั้น ยังสามารถรับน้ำดิบที่มีความมัวสูงกว่าเครื่องร่อนแบบทราย<br />
<br />
สารกรองน้ำ แอคติเวท คาร์บอน<br />
<br />
การเกาะ หรือ ดูดติดผิว (AD-SORPTION) เป็นความสามารถของสารบางจำพวกในการดึงโมเลกุล หรือคอลลอยด์ซึ่งอยู่ในของเหลว หรือ ก๊าสให้มาเกาะจับแล้วก็ติดบนผิวของมัน การปรากฏเช่นนี้จัดเป็นการเปลี่ยนที่สาร (MASS TRANSFER) จากของเหลว หรือก๊าสมายังผิวของของเเข็ง โมเลกุล หรือ คอลลอยด์ เรียกว่า ADSORBATE ส่วนของเเข็งที่มีผิวเป็นที่เกาะ<br />
จับของ ADSORBATE เรียกว่า ADSORBENT ตัวอย่างของการดูดติดผิวของโมเลกุลสี บนถ่านเเอ็คติเว้ตเต้ดคาร์บอน (ACTIVATED CARBON)<br />
การเกาะจับของโมเลกุลบนผิวของสารอาจเกิดขึ้นด้วยเเรงกายภาพ (ได้แก่VANDER WAAL FORCE) หรือด้วยแรงเคมี หรือทั้งสองอย่างรวมกัน โดยปกติการยึดติดผิวในระบบน้ำประปามักถือเป็นวิธีการด้านกายภาพ เนื่องจากว่าโมเลกุลถูกดูดให้เกาะบนผิวของของเเข็งโดยเเรงกายภาพ แล้วก็มีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นน้อย<br />
<br />
การดูดติดผิวมีบทบาทไม่น้อยในระบบผลิตประปา เหตุเพราะสามารถกำจัดสารความไม่บริสุทธิ์ที่มีขนาดเล็ก จนกระทั่งขั้นโมเลกุลซึ่งไม่อาจกำจัดได้ด้วยวิธีนอนก้น หรือการกรองแบบปกติ<br />
<br />
1.ประเภทของแอ็คติเว้ดเต็ดคาร์บอน<br />
สารที่มีอำนาจดูดโมเลกุลต่างๆมาติดผิวได้ (ADSORBENT)มีหลายแบบซึ่งบางทีอาจเเบ่งได้เป็นสามประเภท ดังนี้<br />
<br />
1.ชนิด อนินทรีย์ ได้แก่ ดินเหนียวชนิดต่างๆแมกนีเซียมออกไซด์ ถ่านกระดูก แอคติเว้ดเต็ดสิลิก้า ฯลฯ สารธรรมชาติมักมีพื้นผิวเฉพาะ โดยประมาณ 50-200 ม/กรัม แม้กระนั้น มีข้อเสียเป็นจับเลกุลหรือคอลลอยด์ได้เพียงแค่ไม่กี่ชนิดทำให้การใช้ประโยชน์จากสารดูดติดผิวชนิดสารอนินทรีย์มีปริมาณจำกัดมาก<br />
2.แอ็คว่ากล่าวเว้ดเต็ดคาร์บอน ที่แท้คาร์บอนจำพวกนี้บางทีอาจจัดเป็นสารอนินทรีย์สังเคราะห์ก็ได้ เเต่เป็น ADSORBENT ที่ดีมากกว่าสารอนินทรีย์ประเภทอื่นๆเพราะเหตุว่ามีผิวจำเพาะราว 200-1000 ม/กรัม<br />
3.ชนิดสารอินทรีย์สังเคราะห์ ดังเช่น สารเรสิน-เเลกเปลี่ยนไอออน (ION EXCHANGE RESIN) ประเภทพิเศษที่สังเคราะห์ขึ้นมา เพื่อกำจัดสารอินทรีย์ต่างๆ(มักเป็นจำพวกที่เรียกว่า MACROPOROUS RESIN) สารเรสินเหล่านี้มีพื้นที่ผิวจำเพาะ โดยประมาณ 300-500 ม/กรัม (ซึ่งนับว่าตำเมื่อเปรียบเทียบกับของเเอ็คติเว้ตเต้ดคาร์บอนด์) เเต่อย่างไรก็ตามเรซินมีข้อได้เปรียบกว่า เป็นสามารถรีเจนเนอเรตได้ง่ายกว่ามากมาย แล้วก็รีเจนเนอร์แรนด์มักเป็นสารราคาถูกอาทิเช่น เกลืแกง สำหรับในประเทศไทยความเหมาะสมสำหรับเพื่อการใช้เรสินดูดติดผิว อาจมีมากยิ่งกว่า แอ็คติเว็ตคาร์บอน เมื่อคำนึงถึงความจำกัดในเรื่องของรีเจนเนอเรชัน (REGENERATION)<br />
<br />
แอ็คว่ากล่าวเว็ตเต็ดคาร์บอน (ACTIVATED CARBON) เป็นถ่านที่สังเคราะห์ขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อมีพื้นที่ผิวเยอะที่สุด ซึ่งทำได้โดยการทำให้มีรุพรุน หรือโพรงข้างในเนื้อคาร์บอนมากมายเท่าที่จะทำได้ (มองภาพที่ 1) รูพรุน หรือโพรงมีขนาด ตั้งเเต่ 20 ถึง 20,000 การสังเคราะห์คาร์บอนประเภทนี้ ทำได้โดยไล่ความชุ่มชื้นออก จากวัตถุดิบ เสียก่อน แล้วจึงเผาวัตถุดิบที่แห้งให้เป็นถ่าน ที่อุณหภูมิโดยประมาณ 400-600 ซ. คาร์บอนที่ได้ยังมีอำนาจดูดติดผิวต่ำ เพราะโพรงภายในคาร์บอน ยังมี TAR อุดตันอยู่ คาร์บอนนี้ก็เลยต้องเผาต่อไปที่อุณหภูมิประมาณ 750-950 เซลเซียส ภายใต้ความชุ่มชื้นที่สมควรเพื่อไล่ TAR ออกให้หมด (ขั้นตอนนี้เรียกว่า ACTIVATION) ก็เลยจะได้แอ็คติเว็ตเต้ดคาร์บอน วัตถุดิบที่ใช้สังเคราะห์ แอ็คติเตียนเว็ตเต็ดคาร์บอน มีหลากหลายประเภทดังเช่นว่า กระดูกสัตว์, ถ่านหินบางขนิด, กะลา, มะพร้าว, เมล็ดในของผลไม้บางชนิด ฯลฯ เทคโนโลยี ปัจจุบัน สามารถทำให้แอ็คติเตียนเว็ตคาร์บอน หนัก 1 กรัม มีพื้นที่ผิว ราว 600-1000 ตำรวจม.<br />
<br />
การที่คาร์บอนควรจะมีพิ้นที่ผิวสูงก็เพื่อสามารถดูดโมเลกุลหลายชิ้นๆมาเกาะติดที่ผิวได้ พื้นที่ผิวจึงเป็นปัจจัยหลักสำหรับในการระบุความสามารถของคาร์บอน ด้วย เหตุนี้คาร์บอนที่มีพื้นที่ผิวจำเพาะ (ม/กรัม) สูงจึงมีอำนาจ หรือ ความสามารถสำหรับการดูดติดผิวสูงตามไปด้วย การประเมินพื้นที่ผิวของคาร์บอนปฏิบัติได้โดยการหาปริมาณไนโตรเจนที่ถูกคาร์บอนดูดเก็บไว้ วิธีวัดความสามารถของคาร์บอนอาจกระทำได้โดยการประมาณ IODINE NUMBER ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับพื้นที่ผิวของ คาร์บอน หรือ อาจวัด MOLASS NUMBER แทน IODINE NUMBER แสดงถึงความสามารถ ของคาร์บอนสำหรับเพื่อการกำจัดสารที่มีโมเลกุลเล็ก ส่วน MOLASS NUMBER เเสดงถึงสมรรถนะ สำหรับการกำจัดสารที่มีโมเลกุลใหญ่ ด้วยเหตุดังกล่าว กรรมวิธีดูดติดผิวที่ใช้ในระบบน้ำประปา จึงนิยมใช้ไอโอดีนนัมเบอร์มากกว่า โมลาสนัมเบอร์ หรือ พารามิเตอร์ตัวอื่น ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ น้ำดิบมักมีสารโมเลกุลเล็กมากกว่าสารโมเลกุลใหญ่ แอ็คติเว็ตคาร์บอนที่ใช้ในงานวิศวกรรมสิ่งเเวดล้อมมีสองชนิดคือ แบบ ผง (POWDER ACTIVATED CARBON หรือ PAC)<br />
เเละ เเบบเกล็ด (GRANUL
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สารกรองแมงกานิส

ขอบคุณบทความจาก : http://teewatertechs.com/index.php?page=category&category=22

Tags : สารกรองน้ำ