ผู้เขียน หัวข้อ: หนังสือวรรณกรรมไทย ความงามในการใช้ภาษา  (อ่าน 15 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 07, 2018, 08:35:11 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


 
วรรณกรรม หมายถึง วรรณคดีหรือศิลปะ ที่เป็นผลงานอันเกิดขึ้นจากการคิด และจินตนาการ แล้วเรียบเรียง เอามาบอก บันทึก ขับขาน หรือสื่อออกมาด้วยกลวิธีต่างๆโดยปกติ จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 จำพวกเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ และก็วรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก มิได้เขียนบันทึก
 
โดยเหตุนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติ นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ขำขัน เรื่องสั้น นิยาย บทเพลง คำคม อื่นๆอีกมากมาย วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้เข้าใจระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ รวมทั้งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารเช่น
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาเขียน โดยการใช้ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ รวมทั้งภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาอาการ หรือประกอบวัสดุอุปกรณ์อันอื่น
 
ความงามหรือศิลป์สำหรับเพื่อการใช้ภาษาขึ้นอยู่กับ การใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจนและก็ เหมาะสมกับเวลา โอกาส และก็บุคคล ยิ่งกว่านั้น ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม เพราะ หรืองดงามได้ นอกเหนือจากนี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทางการใช้ภาษาที่ควรดำรงและก็ถือมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า นักเขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบัน (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยตอนนี้นั้นหมายความว่า วรรณกรรม ในแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมเดี๋ยวนี้นั้นเริ่มตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่ยุค รัชกาล ที่ 5 พุทธศักราช 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2553)
 
วรรณกรรมพวกร้อยแก้วในตอนนี้จะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี ได้แก่ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน บทละคร สารคดีเช่น บทความ หนังสือวิชาการ งานวิจัย ฯลฯ
 
วรรณกรรมประเภทร้อยกรองเวลานี้เป็นวรรณกรรมที่แตกต่างจากเดิมเป็นเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นเรื่องเกี่ยวกับการใช้ภาษาแม้กระนั้นเน้นในเรื่องเกี่ยวกับการสื่อแนวคิด สื่อข้อคิดแก่คนอ่านมากกว่า ได้แก่ ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา ฯลฯ
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ
 
1. ร้อยแก้ว เป็นข้อความเรียงที่แสดงรายละเอียด เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นเนื้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส คล้องจอง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงดงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบ คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และ ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมแล้วก็ศิลปกรรม พุทธศักราช 2475 คำว่า วรรณกรรม บางทีอาจเทียบได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งหมายถึงการเขียนหนังสือจะเป็นข้อความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ เช่น สาระสำคัญที่เขียนตามใบปลิว ป้ายสำหรับโฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนถึงบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกประเภท ได้แก่ หนังสือตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็นับว่าเป็นวรรณกรรมทั้งหมดทั้งปวง จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถบ่งบอกถึงคุณค่ามากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นอยู่กับ วรรณศิลป์ คือ ศิลปะสำหรับการแต่งหนังสือนั้นเป็นหลัก ถ้าเกิดวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็อาจได้รับยกย่องว่าเป็น วรรณคดี แม้กระนั้นการที่จะระบุว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรจะเป็นวรรณคดีหรือเปล่านั้น ต้องพิจารณาถึงช่วงเวลาที่เขียนหนังสือนั้นนานเหมาะสมด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าคุณประโยชน์ของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือเปล่า เพราะอาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงบางช่วงเพียงแค่นั้น เพราะฉะนั้นอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง พูดอีกนัยหนึ่ง เป็นวรรณกรรมที่พิจารณาแล้วก็ตกแต่งให้เรียบร้อยงดงาม มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นคุณประโยชน์ของการประพันธ์ หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่ง วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นวรรณคดีเสมอ
 
ชนิดของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
 
- สารคดี คือ หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความนึกคิด ประสบการณ์แก่คนอ่าน ซึ่งบางทีอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรื่นเริง ครึกครื้น เบิกบานแก่คนอ่าน ก็เลยมักเป็นเรื่องที่มีเรื่องราวรวมทั้งผู้แสดง
 
 
 

 
10 หนังสือขายดีวรรณกรรมหรือนวนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่ต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับชาติมาเกิดย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่และย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนเพิ่งจะครองราชสมบัติครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกน่าจะทราบดีว่ามันช่างน่าเบื่อหน่าย ขนาดไหนกับการต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่ซ้ำซากเช่นนี้ แต่ว่าในชาติที่ห้า ทุกสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีหน้าที่ที่สำคัญกับชีวิตของเขาเพิ่มมากขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความสัมพันธ์ในเรื่องนี้จะมีผลให้คุณรัก ตลกขบขัน แล้วก็ตื้นตันน้ำตาซึม สถานะการณ์บางสิ่งที่หล่นหายไป ความรู้ความเข้าใจของตัวนำ การรับมือและการมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมากำเนิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือไม่ มาร่วมลุ้นในนวนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" และประทับใจกับความน่ารักน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ชั่วชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักชายไม่รู้จักคนหนึ่งที่สนามบิน ครั้งแรกที่เธอพบเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้ชะตาชีวิตของพวกเขามีอันต้องเปลี่ยน แต่ว่าครั้งนี้ แม้กาลเวลาจะทำให้ใบหน้าแล้วก็เสียงของเขาเปลี่ยน แต่เธอยังคงจำเขาได้ เธอเป็นเพียงผู้เดียวที่มีความทรงจำของชาติก่อน แต่ทว่าเขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย และการต่อสู้แย่งชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ สนิทสนมกัน ชั่วชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความร่ำรวยหรือการเคียงคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองหนุ่มสาว การช่วงชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
ได้โอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที ถ้าหากเป็นเจ้าขุนมูลนายคนอื่นๆคงจะเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนขั้น แต่ถังฟั่นไม่เหมือนกับขุนนางทั่วๆ ไป แทนที่จะชอบใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เงียบๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้จำเป็นต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แต่ว่าข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง เนื่องจากว่าผู้ที่เข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่หูเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แต่อ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูความก้าวหน้า ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบดูความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบข้างกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าหากย้อนไปสมัยเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างบ้านต่างเมือง หรือที่ที่เราไม่รู้จัก ผู้ใหญ่มักจะเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนที่ไม่รู้จักหรือไปเก็บโน่นเก็บนี่กลับมา เพราะเหตุว่าบางครั้งอาจจะเป็นของสกปรก เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่เราไม่รู้และก็นำภัยมาสู่เราได้แต่ว่า "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อคำเตือนจำพวกนี้นัก นางจับพลัดจับผลูเก็บเด็กชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ด้วยความที่เด็กบาดเจ็บและตัวคนเดียว นางจึงนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย ภายหลังเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยอุบัติขึ้น มาถึงตรงนี้คนอ่านอาจจะเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะสร้างเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายประเภทกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือไม่ แต่ว่ามันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตาชีวิตอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกที เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับแต่งงาน! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่ว่าแอบร้าย แล้วก็เล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายกาจอย่างต่อเนื่องร้ายแบบซื่อๆจะเป็นยังไง ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงทำให้เยืยนซุยหลง แต่ว่ายังช่วยให้เมิ่งถิงเอาชีวิตรอดมาได้ทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะเวลาปะทะกับแม่สามี แล้วก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่อย่ารู้สึกว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาแค่สมองช้า คิดตอบโต้ไม่ทัน แต่ศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตนเองตายไปซะก่อนเพราะเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกที ชนะแบบที่เจ้าตัวยังงง พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุเพิ่งยี่สิบก็สอบได้ลำดับที่หนึ่งของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง ขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ประณีตบรรจงก็แค่กับเรื่องอาหารการกินเท่านั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ ไม่พูดไม่จาพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ พื้นฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความข้องเกี่ยวทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งผู้บัญชาการของถังฟั่่นแล้วก็ศิษย์พี่ เพราะมีอาจารย์เป็นนักปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขี้ขลาด เกรงอิทธิพล เพียงแค่รักความเงียบสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตากรรมอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และถูกใช้ประโยชน์จนตาย แล้วก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง เมิ่งถิงก็เลยเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับแต่งงาน! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่าเอ็นดู กับพระเอกไทป์ alpha