ผู้เขียน หัวข้อ: มะนาว มีสรรพคุณเเละประโยชน์ดีๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 06, 2018, 11:12:43 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 13
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


มะนาว
ชื่อสมุนไพร มะนาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อแคว้น ส้มมะนาว (ภาคกลาง),ส้มทุ่งนาว (ภาคใต้) ,สีมานีปีห์ (มลายู) ,หมากฟ้า (ไทยใหญ่) , โกรยชะม้า (เขมร) , มะเน้าเลย์ , มะนอเกละ , ปะนอเกล (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) , ปะโหน่ตระหนี่ลยาน (กะเหรี่ยง จังหวัดกาญจนบุรี)
ชื่อสามัญ  Common lime, Lime , Sour lime
ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus aurantifolia (Christm. et Panz.) Swing.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Limonia aurantifolia Christm. & Panzer.
ตระกูล  Rutaceae
บ้านเกิดเมืองนอน เชื่อกันว่ามะนาวเป็นพืชพื้นบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพราะเหตุว่าคนที่อยู่ในภูมิภาคนี้ รู้จักการใช้ผลดีจากมะนาวกันอย่างดีเยี่ยมมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ซึ่งหนึ่งในซึ่งก็คือประเทศไทย แม้กระนั้นมีการศึกษาค้นพบอีกชิ้นหนึ่งที่มั่นใจว่ามะนาวมีแหล่งกำเนิดในประเทศอินเดียทางเหนือ และก็เขตเชื่อมต่อกับพม่า รวมทั้งทางตอนเหนือของมาเลเซีย (แต่ว่าน่าประหลาดที่ไม่พบมะนาวในป่าของไทย) ตอนนี้มีการปลูกมะนาวทั่วๆไปในเขตร้อน และก็เขตอบอุ่นครึ่งร้อนทั้งโลกเพราะเหตุว่ามะนาวสามารถขึ้นได้ในที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ และก็ทนต่อดินเนื้อละเอียดได้ดีมากว่าส้ม
ลักษณะทั่วไป มะนาวเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มไม้มีความสูงเฉลี่ย 2-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะโค้งงอไม่ค่อยแข็งแรง เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลคละเคล้าเทา กิ่งอ่อนของมะนาวมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่ สีจะเข้มขึ้นจนถึงเป็นสีน้ำตาลส่วนกิ่งที่แก่มากจะเป็นสีเทา การออกของกิ่งก้านไม่ค่อยเป็นระเบียบ บนลำต้นแล้วก็กิ่งจะมีหนาม หนามมีลักษณะแหลมมีทั้งยังหนามสั้นและก็หนามยาวมีสีเขียวเข้มและสีเขียวอมเหลือง ส่วนรอบๆปลายหนามีสีน้ำตาล เมื่อแก่ขึ้นหนามจะแห้งตามไป
                ใบของมะนาวมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว คือมีแผ่นใบอันเดียว ใบมีขนาดเล็กกว้างโดยประมาณ 3-6 ซม. ยาวโดยประมาณ 6-12 เซนติเมตรรูปร่างเป็นแบบรีหรือทรงไข่ ฐานใบมีลักษณะกลม ปลายใบมีรูปแหลม ป้าน ขอบของใบเป็นคลื่น หรือเป็นหยักละเอียด ก้านใบสั้นและก็มีปีกใบแคบหรือบางทีอาจไม่มีปีกใบก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดมะนาว ใบอ่อนมีสีเขียวจางเกือบจะเป็นสีขาว ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ผิวใบข้างบนละเอียดเป็นเงาส่วนผิวใบข้างล่างค่อนข้างหยาบแล้วก็มีสีจางกว่า เมื่อกระทำขยี้ใบจะมีกลิ่นฉุน
                ดอกมะนาวบางทีอาจเกิดเป็นดอกคนเดียวหรือช่อก็ได้ มีทั้งๆที่เป็นดอกบริบูรณ์และไม่บริบูรณ์ ดอกจะออกรอบๆซอกใบรวมทั้งปลายกิ่ง ดอกมะนาวมีขนาดเล็ก ดอกที่ตูมจะมีขนาดความยาว 1-2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมีสีเขียวเป็นรูปถ้วยมี 4-6 หยัก ส่วนกลีบดอกไม้มีสีขาว และก็ด้านท้องกลีบดอกไม้อาจมีสีม่วงอมแดงเจืออยู่ด้วย กลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปถ้วย มีปริมาณ 4-5 อัน ปริมาณกลีบในและก็กลีบนอกมีจำนวนเท่าๆกัน แต่ละกลีบมีขนาด 0.8-1.2 ซม. ดอกมะนาวมีเกสรตัวผู้เยอะแยะถึง 20-40 อัน เชื่อมชิดกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-8 อัน เกสรตัวเมียมีรังไข่รูปร่างเป็นทรงกระบอก ใน 1 ดอก จะมีรังไข่ราวๆ 9-12 อัน
                ผลมะนาวมีรูปร่างนานับประการตามชนิดของประเภท มีอีกทั้งรูปร่างยาวรี รูปไข่ แล้วก็รูปร่างกลม ที่ตูดผลมีลักษณะเป็นจุกหรือปุ่มเล็กๆผลโดยทั่วไปมีขนาดความยาว 3-12 เซนติเมตร เปลือกมักษณะขรุขระ และก็มีต่อมน้ำมันเปลือกผิว ผิวเปลือกเมื่อแหลม ใส่อยู่เยอะๆ เนื้อมะนาวมีสีเหลืองอ่อน มีรสเปรี้ยวแล้วก็มีกลิ่นหอมเมล็ด ขนาดเล็กเหมือนรูปไข่ ด้านปลายหัวจะแหลม ข้างในเมล็ดมีเนื้อเยื่อสีขาว
การขยายพันธุ์  มะนาวเป็นพืชซึ่งสามารถปลูกเจริญในดินแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินทราย แต่หากต้องการจะปลูกมะนาว ให้เติบโตดี มี ผลเยอะ และคุณภาพดี ก็น่าจะปลูกเอาไว้ภายในพื้นที่ที่เป็นดินที่ร่วนซุย มีการระบาย น้ำดี มีสารอินทรีย์ผสม อยู่มากมาย รวมทั้งควรเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
ส่วนการขยายพันธุ์มะนาวนั้นสามารถทำได้หลายแนวทาง อย่างเช่น การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง แล้วก็การตำหนิดตา แต่แนวทางที่เป็นที่นิยมในการแพร่พันธุ์มะนาวเยอะที่สุดเป็น การทำหมันกิ่ง โดยมีวิธีดังนี้

  • เลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินความจำเป็นและไม่เป็นโรคหรือมีแมลงกัดกิน ยาวราวๆ 30-50 ซม. รวมทั้งมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตรขึ้นไป
  • ตัดหนามรวมทั้งใบในบริเวณที่จะควั่นกิ่งออกโดยประมาณ 5 ซม.
  • ควั่นกิ่งออกเป็น 2 รอยให้ลึกถึงแก่นไม้ห่างกัน 1-2 เซนติเมตร
  • ขูดเยื่อก้าวหน้าออกให้หมด
  • ห่อด้วยขุยมะพร้าวที่มีความชุ่มชื้นหรือใช้ตุ้มตอนสำเร็จ ผูกเปาะหัวท้ายให้แน่น แล้วทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 30-45 วัน เมื่อรากออกมาแล้วก็ใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดเพื่อนำไปแช่น้ำจนอิ่มตัว
  • นำไปชำต่อในถุงสีดำขนาด 5x8 นิ้ว ที่ผสมดิน 1 ส่วน แกลบ 1 ส่วน แล้วก็เมื่อกิ่งที่ชำเดินรากเจริญในถุงดำและก็แข็งแรงแล้วจึงนำไปปลูกต่อไป
การเตรียมพื้นที่ปลูก

  • พื้นที่ลุ่ม ตระเตรียมพื้นที่โดยการทำคันนาให้มีความกว้างราว 6-8 เมตร ส่วนสูงให้สังเกตจากปริมาณน้ำที่เคยท่วมสูงโดยให้อยู่สูงกว่า แนวระดับอุทกภัย 50 เซนติเมตร แทงร่องหรือซอยร่องทำแต้มน้ำเพื่อ ระบายน้ำเข้าออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5X5 เมตร
  • พื้นที่ดอน ควรไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช รวมทั้งทำให้ดินร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4 x 4 – 6 x 6 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
กระบวนการปลูก
ควรปลูกไว้ในช่วงต้นฤดูฝน ควรขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างแล้วก็ลึกโดยประมาณ 50 เซนติเมตร ผสมดิน ปุ๋ยธรรมชาติ และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงราว 2 ใน 3 ของหลุม ชูถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงกว่า ระดับดินปากหลุมเล็กน้อย ใช้มีดที่คม กรีดถุง จากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงอีกทั้ง 2 ด้าน (ช้ายและขวา) ดึงถุงก๊อบแก๊บออก โดยระวังไม่ให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น ปักไม้หลักรวมทั้งผูกเชือกยึด เพื่อคุ้มครองปกป้องลมพัดโยก หาวัสดุปกคลุมดินรอบๆโคนต้น ตัวอย่างเช่น ฟางข้าว ต้นหญ้าแห้ง รดน้ำให้โชก ทำร่มเงา เพื่อช่วยปิดบังแสงแดด
การกระทำรักษา การให้น้ำ ควรมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง ที่ปลูกใหม่ๆควรจะให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างน้อย (กรณีฝนไม่ตก) ภายหลังจากปลูกประมาณ 15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง และก็ควรจะหา สิ่งของมาหุ้มดินรอบๆโคนต้น เพื่อช่วยรักษาความชื้น                ควรจะเริ่มงดให้น้ำ ตั้งแต่ตอนเดือนมีนาคม เป็นต้นไป จนกระทั่งตอนมีดอก เพื่อให้มะนาวสะสม ของกินให้สูงถึงระดับที่สามารถสร้างตาดอกได้ ปกติมะนาวจะมีดอก ม.ย.-พฤษภาคม ภายหลังมะนาวมีดอก รวมทั้งกำลังติดผลอ่อน เป็นตอนๆที่มะนาวอยากได้น้ำมากมาย เพื่อใช้เพื่อการเจริญวัย ของผล

     ส่วนพันธุ์มะนาวที่มีการปลูกกันมากในไทย ยกตัวอย่างเช่น

  • มะนาวไข่ ผลกลม หัวท้ายยาวคล้ายมะนาวหนัง เมื่อโตเต็มที่ผลมีลักษณะกลมมน เปลือกบางผลโต กว่ามะนาวหนัง
  • มะนาวแป้น ผลใหญ่ ค่อนข้างจะกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมาก นิยมใช้บริโภคมากกว่าชนิดอื่นๆเชิงพาณิชย์จะปลูกมะนาวจำพวกแป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกหน้าแล้งได้ง่าย
  • มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวด้านหลังแหลม เมื่อโตเต็มกำลังผลจะมีลักษณะกลมค่อนข้างยาว มีเปลือกหนา ทำให้เก็บรักษาผลตอบแทนนาน


ส่วนประกอบทางเคมี น้ำจากผลมีกรด citric acid, malic acid, ascorbic acid,  ผิวมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่มาจากการกลั่นผิวผล ปริมาณร้อยละ 0.3-0.4 มีสารต่างๆตัวอย่างเช่น  d-limonene (42-64%), alpha-berpineol (6.81%), bergamotene ผสมกับ terpinen-4-ol (3%),  alpha-pinene          citric acid       
(1.69%), geraniol (0.31%), linalool,  terpineol, camphene, bergapten (furanocoumarin)    ใบมะนาวเมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการ    camphene
ต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.27  ส่วนประกอบทางเคมีของน้ำมันประกอบด้วยสารต่างๆดังเช่น  6-methyl-5-hepten-2-one (3.19), limonene (44.82), neral (4.95), geranial (7.66) , geranyl acetate (8.98), caryophyllene oxide (2.31) ส่วนข้อมูลทางโภชนาการของมะนาวมีดังนี้

  • พลังงาน 30 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม terpineol
  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • โปรตีน 0.7 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.2 มก.
  • วิตามินบี 5 0.217 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.046 มก.
  • วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 29.1 มก.
  • แคลเซียม 33 มก.
  • เหล็ก 0.6 มก.
  • แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 102 มก.
  • โซเดียม 2 มก. ที่มา : Wikipedia
คุณประโยชน์/สรรพคุณ
น้ำมะนาวมีคุณค่าสำหรับการเป็นสารให้ความเปรี้ยว ผิวมะนาวมีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย มะนาวเป็นเครื่องปรุงรสของกินไทยที่ขาดเสียไม่ได้ เป็นองค์ประกอบรสเปรี้ยวหลักของน้ำพริก ตำส้ม ยำทุกประเภท ลาบแล้วก็ของกินไทยอีกอีกเยอะมาก เมืองนอกใช้มะนาวทั้งในอาหารคาวหวาน ตัวอย่างเช่น ในพายมะนาวของเมืองฟลอริด้า อเมริกา
น้ำมะนาวนอกเหนือจากใช้แต่งรสเปรี้ยวในของกินหลาย ประเภทแล้ว ยังประยุกต์ใช้เป็นเครื่องดื่ม ผสมเกลือ และน้ำตาล เป็นน้ำมะนาว ซึ่งมีชื่อเสียงกันดีอีกทั้งในประเทศไทย และต่างชาติทั่วโลก นอกเหนือจากนี้เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์บางจำพวกยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆแทงไว้กับขอบแก้ว เพื่อใช้แต่งรส
โดยภายในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึงร้อยละ 7 น้ำมะนาวจึงเป็นประโยชน์สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบน้ำยาที่ใช้สำหรับเพื่อการทำความสะอาด เครื่องหอม การบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) หรือน้ำยาล้างจาน
ยิ่งกว่านั้นยังมีการใช้ประโยชน์จากมะนาวด้านอื่นๆอีกดังเช่นว่า หุงข้าวให้ขาวรวมทั้งอร่อยขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะนาวราวๆ 2-3 ช้อนนำไปซาวข้าว  ทอดไข่ให้ฟูแล้วก็นุ่ม มะนาว 4-5 หยดจะช่วยได้  มะนาวช่วยลดกลิ่นคาวจากปลาเมื่อทำกับข้าวและก็ทำให้ปลาอาจจะรูปไม่เหลว เมื่อใช้มีดผ่าหัวปลี มีดจะมีสีม่วงหมู่ ล้างออกทุกข์ยากลำบาก เอามาทุ่งนาวที่ผ่าแล้วมาถูตามใบมีด จะช่วยทำให้มีดสะอาดอย่างเดิม  การเชื่อมกล้วยหักมุกให้น่ากิน เมื่อน้ำตาลเดือดเป็นยางมะตูมแล้ว ให้บีบมะนาวครึ่งซีกลงไป จะช่วยทำให้กล้วยใส น่ารับประทานเยอะขึ้นเรื่อยๆ  มะนาว 2-3 ลูกใส่ไว้ด้านในถังข้าวสารช่วยปกป้องมอดได้  ส่วนการเปลี่ยนแปลงรูปมะนาว มะนาวแปรรูปได้ เป็นต้นว่า น้ำมะนาวทำอาหาร มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง น้ำมะนาวเข้มข้น มะนาว ผง เครื่องดื่มผสมน้ำมะนาว แยมมะนาว เยลลีมะนาว แยมเปลือกมะนาว แยมนะทุ่งนาวดอง มะนาวดองเค็ม มะนาวหวาน กิมจ้อมะนาว เปลือกมะนาวสามรส เปลือกมะนาวเส้นปรุงรส เปลือกของมะนาวเชื่อม เปลือกของมะนาวแช่อิ่ม มาร์มาเลดมะนาว เป็นต้น
ส่วนคุณประโยชน์ทางยานั้นระบุว่า หนังสือเรียนยาไทยผิวมะนาวจัดอยู่ใน “เปลือกส้ม 8 ประการ” ประกอบด้วย ผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวส้มโอ ผิวส้มตรังกานู ผิวมะงั่ว ผิวมะกรูด และผิวมะนาว (หรือผิวส้มโอมือ) มีสรรพคุณแก้ลมกองละเอียด กองหยาบ แก้เสลดโลหะ ใช้ปรุงยาหอม แก้ทางลม
           นอกจากนั้นบัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ปรากฏการใช้ผิวมะนาว ในยารักษาอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) ปรากฏตำรับ”ยาหอมเทพจิตร” มีส่วนประกอบของผิวมะนาว อยู่ใน ”เปลือกส้ม 8 ประการ” ร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆในตำรับ มีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการแก้ลมตาลาย แก้อาการหน้ามืด ลายตา ใจสั่น คลื่นเหียน คลื่นไส้ แก้ลมจุกแน่นในท้อง
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันกำหนดถึงสรรพคุณของมะนาวว่า สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบได้บ่อยบริเวณผิวเปลือกมะนาวมีสารดี-ลิโมนิน เป็นองค์ประกอบหลักเกินกว่าร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณลักษณะป้องกันรวมทั้งรักษาโรคมะเร็งหลายแบบ
ชาวต่างประเทศทั่วๆไปมักดื่มน้ำส้ม หรือน้ำจากผลพืชเชื้อสายส้ม ดังเช่น ส้มโอ หรือมะนาว ประกอบกับข้าวเช้า น้ำผลไม้กลุ่มนี้มีวิตามินซี และก็มีสารกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ (flavonoid) มีสารเฮสเพอริดิน (hesperidin) รูทิน (rutin) และก็ทุ่งนาริงจิน (naringin) รวมทั้งลิโมนิน เป็นฟลาโวนอยด์หลักของพืชเชื้อสายส้ม จากนี้จะเรียกสารกลุ่มนี้ว่าฟลาโวนอยด์ส้ม (citrus bioflavonoid)
สารกรุ๊ปฟลาโม้นอย์ส้มนี้มีรายงานทางการแพทย์ตะวันตกว่าใช้สำหรับในการรักษาไข้มาลาเรีย โรครูมาตำหนิสม์เรื้อรังแล้วก็โรคเกาต์ ใช้สำหรับการป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน คุ้มครองการตกเลือดหลังคลอด รวมทั้งช่วยบรรเทาอาการระคายคอจากการต่อว่าดเชื้อรวมทั้งโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งโรคที่มีสาเหตุมาจากการได้รับวิตามินซีในของกินไม่พอ ซึ่งอาจจะก่อให้มีลักษณะของโรคเกิดขึ้นด้านใน 8-12 อาทิตย์ คนไข้มักมีลักษณะคล้ายป่วย หมดแรง ง่วงซึม โลหิตจาง ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บกระดูก มีแผลบวมช้ำหรือบวมง่าย มีจุดเลือดออกแดงๆตามผิวหนัง เกิดโรคทางปริทันต์ เป็นแผลแล้วหายยาก อารมณ์ผันแปร หรือมีภาวะซึมเซา สำหรับคุณประโยช์จากน้ำมะนาวต่อโรคนี้ มีงานศึกษาเรียนรู้วิจัยเมื่อก่อนที่ให้ผู้ป่วยโรคนี้รับประทานส้มกับมะนาวเหลือง พบว่าคนป่วยสามารถฟื้นได้อย่างสมบูรณ์และก็รวดเร็วทันใจ เมื่อเทียบกับผู้ป่วยอีกกลุ่มที่รับประทานอาหารประเภทอื่น นอกเหนือจากนั้นในน้ำมะนาวยังมีกรด citric ซึ่งมีรสเปรี้ยว จะทำการกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้เปียกคอ ก็เลยช่วยทุเลาอาการเจ็บคอได้
แบบ/ขนาดวิธีใช้
อาการไอ  ระคายคอจากเสมหะใช้น้ำจากผลที่โตสุดกำลัง  เพิ่มเติมเกลือบางส่วน  จิบเป็นประจำหรือ จะทำน้ำมะนาวเพิ่มเกลือและก็น้ำตาลน้อย           อาการท้องอืดท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด   ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ดื่มแม้กระนั้นน้ำขณะมีอาการ หรือหลังรับประทานอาหาร 3 เวลาใช้มะนาว 1 ผล บีบเอาน้ำมะนาวมาชงกับน้ำร้อนดื่มหรือใช้มะนาวฝานบางๆจิ้มเกลือกินจะช่วยขับเสลดได้เช้าหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว กินน้ำอุ่น 1 แก้ว บีบมะนาว 1/4 ผล (หรือใส่เกลือน้อย) จะช่วยบรรเทาท้องผูก รวมทั้งช่วยกำจัดพิษออกมาจากร่างกายน้ำมะนาวผสมผงกำมะถันใช้ทาก่อนนอน แก้อาการขี้กลาก โรคเกลื้อน หิดใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง แล้วใช้แป้งทาตุ่มคัน แก้น้ำกัดเท้าในด้านความสวยสดงดงาม ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยด่างดำ ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนจะกว่าจะเข้ากัน ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้สักประเดี๋ยว ล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาดแล้วดูดซับให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะดูผ่องใส หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำแช่อาบใช้เพื่อการแก้ไข้ทับประจำเดือน ด้วยการเอาใบมะนาวประมาณ 100 ใบมาต้มกินช่วยแก้ลิ้นเป็นฝ้า ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำมะนาวขัดถูที่ลิ้นวันละ 2-3 ครั้ง
การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา การศึกษาเล่าเรียนสัตว์ทดลองในหนู พบว่าเมื่อให้สารเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์หลักจากเปลือกในพืชเครือญาติส้มกับหนูไขมันสูง มีผลเพิ่มไขมันที่ดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดจำนวนไขมันรวมและก็ไตรกลีเซอไรด์ ในหนูดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น และก็ส่งผลลดความดันเลือดรวมทั้งขับฉี่ในหนูความดันสูง การทดลองในห้องปฏิบัติในแคนทุ่งนาดาการพบว่า ฤทธิ์ดังกล่าวข้างต้นของฟลาโวนอยด์ส้มเกิดขึ้นจากผลการกระตุ้นการทำงานของยีนรีเซปเตอร์ไขมันไม่ดี (แอลดีแอล) ในตับในตำแหน่งที่ควบคุมโดยสเตอคอยล (sterol regulatory element, SRE)
ในประเทศสหรัฐอเมริกา งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยในสัตว์ทดสอบพบว่า ฟลาโวนอยด์ส้มสองกรุ๊ป ดังเช่นกรุ๊ปเฮสเพอริดิน แล้วก็กรุ๊ปโพลีเมททอกซิเลตฟลาโม้น (PMFs) มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในพลาสม่าของสัตว์ทดลอง ซึ่งสนับสนุนผลที่เกิดจากงานวิจัยในหนูถีบจักรของแคนาดา
เมืองจีน การค้นคว้าพบว่า ทุ่งนาริงจิน รวมทั้งเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์กระตุ้นแนวทางการทำงานของยีนอะดีโพเนกทิน (adiponectin) ซึ่งเป็นยีนสำคัญในเมตาบอลิซึมของเดกซ์โทรสรวมทั้งไขมันที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลัคตันของเส้นโลหิตและขั้นตอนการอักเสบ ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยบอกว่าฟลาโวนอยด์ส้มทั้ง 2 จำพวกแสดงผลต่อต้านการเกิดพลัคโดยกระตุ้น perovisome proliferator-activated receptor (PPAR) แล้วก็ยีนอะดีโพเนกทินในเซลล์ไขมันอะดีโพไซต์
นอกนั้น สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เอสโทรเจนอย่างอ่อน มีผลต่อการผลิตไนตริกออกไซด์ในเซลล์ผนังเส้นเลือดผ่านการกระตุ้นรีเซปเตอร์ของเอสโทรเจน ก็เลยมีฤทธิ์ปกป้องการเกิดโรคเส้นโลหิตหัวใจ เป็นเหตุให้ส่งเสริมการกินมะนาว แล้วก็ฟลาโวนอยด์ส้มเพื่อลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคเส้นโลหิตหัวใจ โดยเฉพาะในหญิงวัยทอง
การวิจัยหนึ่งพบว่า น้ำมะนาวเข้มข้น (concentrated lime juice, CLJ) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนนิวเคลียร์ในระบบภูมิคุ้มกัน แล้วก็โปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต่อต้านการแบ่งตัวของเซลล์ของโรคมะเร็ง การศึกษาเล่าเรียนในห้องทดลองในรัฐเท็กซัสและแคลิฟอเนีย ประเทศอเมริกาพบว่า สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นพอสมควร แม้กระนั้นต่ำลงมากยิ่งกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชเชื้อสายขิง มีบทความด้านการแพทย์พูดว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยั้งการก้าวหน้าของเซลล์ของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด โพรงปาก กระเพาะอาหาร รวมทั้งโรคมะเร็งเต้านมจากการทดลองในห้องปฏิบัติการและในสัตว์ทดสอบหลายประเภท แต่ว่ายังไม่เจอผลการศึกษาเรียนรู้ทางสถานพยาบาล
ส่วนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะนาวที่เกี่ยวกับแก้เจ็บคอมีดังนี้  ฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย มีการศึกษาค้นคว้าผลของทั้งน้ำมันหอมระเหยรวมทั้งสารสกัด พบว่า น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus cereus และ E. coli สารสกัด 80% เอทานอลจากเปลือกผิว มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus แล้วก็ Bacillus cereus สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus subtilis, E. coli. Pseudomanas cichorii และ Salmonella typhimurium สารสกัดเอทานอลจากส่วนกิ่ง (branches) ความเข้มข้น 20 มิลลิกรัม/มล. ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis แล้วก็ Streptococcus faecalis
การเรียนทางพิษวิทยา การทดสอบความเป็นพิษ  เมื่อให้น้ำสกัดจากใบมะนาวทางปาก หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์ ด้วยขนาด 10 กรัม/กิโลน้ำหนักตัว (เท่ากันกับ 1,852 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน) ไม่เจอความไม่ปกติใดๆก็ตามเมื่อป้อนสารสกัดรากมะนาวด้วยน้ำครั้งเดียวทางปาก ในขนาด 5 กรัม/โลน้ำหนักตัว ให้หนูแรทไม่พบว่าเป็นพิษทั้งยังแบบกะทันหันและก็กึ่งเรื้อรัง แต่ว่าพบว่าในหนูที่ได้รับสารสกัด 1.2 กรัม/โลน้ำหนักตัว/วัน  มีเอ็นไซม์ในตับมากขึ้นแต่ยังอยู่ในตอนปกติ และไม่พบความผิดปกติของอวัยวะภายใน  ส่วนสารสกัดจากเปลือกผิวมะนาวมีผลยั้งฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์  รวมทั้งการทดลองฤทธิ์ระคายโดยกรรมวิธี Patch test พบว่าสารสกัดจากมะนาวให้ผล positive
ข้อเสนอ/ข้อควรปฏิบัติตาม

  • การทาน้ำมันมะนาวลงบนผิวหนังโดยตรงอาจไม่ปลอดภัยในผู้ที่มีผิวหนังแพ้ง่าย ที่สามารถทำให้ผิวหนังไวต่อแดดอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีผิวค่อนข้างจะขาว หลังจากการใช้น้ำมันมะนาวทาลงผิวหนังจึงควรทาโลชั่นที่เอาไว้ป้องกันแสงแดดและก็สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิดเพื่อคุ้มครองก่อนออกไปเผชิญกับแดด
  • รสเปรี้ยวของมะนาวอาจทำให้เกิดท้องร่วงหรือท้องร่วงได้ถ้าเกิดกินมากจนเกินไป
  • หลังจากกินน้ำมะนาวแล้วไม่ควรแปรงฟันทันทีเนื่องจากว่าอาจจะก่อให้สารเคลือบฟันตามธรรมชาติหลุดได้
  • ถ้าดื่มหรือรับประทานมะนาวเสมอๆรวมทั้งเป็นเวลานานติดต่อกันอาจจะเป็นผลให้ฟันผุร่อนได้
  • คนที่มีภาวะโลหิตจางไม่สมควรกินมะนาว ด้วยเหตุว่ารสเปรี้ยวจะไปกัดฟอกเลือดทำให้มีการเกิดอันตรายได้
  • ยาบางชนิดที่จะถูกเปลี่ยนแปลงด้านในตับ โดยมะนาวบางทีอาจส่งให้ช่วงเวลาสำหรับการเปลี่ยนรูปของยาเหล่านี้ลดน้อยลง การดื่มน้ำมะนาวขณะรับประทานยาบางประเภทที่เปลี่ยนรูปในตับก็เลยอาจจะก่อให้มีผลข้างๆมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) ไตรอาโซแลม (Triazolam) ด้วยเหตุนั้น ก่อนกินมะนาวควรจะขอความเห็นหมอเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์สุริยบรรณ.
  • รวี เสรฐภักดี.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู:การสร้างสวนไม้ผลยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม
  • Sethpakdee, R. 1992. Citrus aurantifolia (Christm. & Panzer) Swingle . In: L.P.A. Oyen and Nguyen Xuan Dung (Editors): Plant Resourses of South-East Asia No 2. Edible fruits and nuts. Prosea Foundation, Bogor, Indonesia. pp. 126-128.
  • รศ.สุธาทิพ ภมรประวัติ.มะนาว ลดคลอเรสเตอรอลป้องกันโรคหลอดเลือด.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่354.คอลัมน์บทความพิเศษ.ตุลาคม.2551.
  • มะนาว.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีธิราภา แสนเสนา นพดล กิตติวราฤทธิ์ มาลิน จุลศิริ รุ่งระวี เติมศิริฤกษ์กุล. ฤทธิ์ต้านเชื้อและฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดจากผิวผลพืชตระกูลส้ม. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2536.
  • มะนาว.สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • อรรถศิษฐ์  วงศ์มณีโรจน์.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู ดินและปุ๋ยสำหรับการปลูกมะนาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม.ไม้ผลเศรษฐกิจ.ฉบับที่102(251)/2552.วารสารเมืองไม้ผล.เทคนิคการปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรดกพิเศษให้ออกในช่วงฤดูแล้ง.88-93 น.
  • Prabuseenivasan, S. et al. 2006. Invitro antibacterial activity of some plant essential oils. BMC Complement Altern Med 30(6):39
  • ประโยชน์ของมะนาวต่อการรักษาโรคได้ผลชัวร์หรือไม่.พบแพทย์ดอทคอม
  • อาจินต์ ปัญจพรรค์. ขุดทองในบ้าน. กรุงเทพฯ