ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสาย audio cable 6 แนวทางวิเคราะห์ประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 30 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 13, 2018, 12:13:14 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1511
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านเครื่องใช้กระแสไฟฟ้าและเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความไม่เหมือนกันด้วย ถ้าหากว่าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แต่ว่าถ้าพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ที่มิได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องประสบกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ อีกทั้งเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บางทีอาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี รวมทั้งปัญหาในตัวเองปะปนไป ด้วยเหตุนี้ เราก็เลยต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การตรวจตราคุณภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำเป็น 6 วิธีดังนี้
1. พิจารณาความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถด้วยตัวเองได้ และควรจะเช็คเป็นสิ่งแรก เพราะว่าสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงแล้วก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยทั่วไป สายสัญญาณเสียงที่มีราคาถูกมักจะมีสายค่อนข้างแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาแพงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อแนะนำเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เพราะว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าพับ ม้วนเก็บสายย่อมทำให้เกิดปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เนื่องจากว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานบ่อยๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายดายสายสัญญาณเสียง ราคาที่ยอดเยี่ยม ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกจนขาด ถ้าหากเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. วิเคราะห์วัสดุที่ใช้ในการทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆสำหรับการทำหัวสาย อาทิเช่น ทองบรอนซ์ และก็อลูมินัม ขอแนะนำว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดีกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในเวลาที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก หากเสียบไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกเหนือจากนี้ ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง แก่การใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ตอนที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง ถ้าหากไม่ฟูมฟัก หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. วิเคราะห์การยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยทั่วไปสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหัวเสียบ และหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมได้ จำต้องทิ้งสิ่งเดียว ดังนั้นสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงจะต้องวิเคราะห์จุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. พิจารณาความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเท่าใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร ด้วยเหตุว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมในการแทงกับเครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหละหลวม ทั้งยังยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเกินไป จะไม่สามารถที่จะเสียบกับวัสดุอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงจำเป็นต้องคอยพยุงไว้ ส่วนหากโลหะที่ศีรษะเสียบมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อแทงกับอุปกรณ์จะมีผลให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจทำให้สายเกิดการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเพียงใด ข้อนี้ถึงแม้ว่าจะมิได้ส่งผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ เพราะเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินไปกระทั่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินไปจนกระทั่งเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของเราว่าเป็นยังไง ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับเสียบเครื่องใช้ไม้สอยเครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วๆไป จะต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ ต้องลากสายยาวๆก็ควรจะมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจสอบแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็นับว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะทำการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะว่าชอบเป็นสินค้าที่มิได้คุณภาพ ได้โอกาสทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพนับว่าเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ที่มา
บทความสาย audio cable : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง ราคา