แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - teareborn

หน้า: [1] 2 3 ... 13
1
ใครทราบบ้าง สิ่งที่หญิงอยากได้และควรจะมี
 เดือนมกราคม 5, 2018  kungtep
สิ่งที่ลูกผู้หญิงอยากได้รวมทั้งควรมี 5ข้อ
โดยธรรมชาติแล้วคงไม่มีความต่างกัน ไม่ว่าจะฐานะยากดีมีจนถึง ทุกคนอยากได้เหมือนกัน
1.ใบหน้าสวย จะก่อให้เป็นที่พอใจของชาย ทำให้ได้พบได้เลือกผู้ชายที่ดี ฐานะมั่นคงมาเป็นคู่สมรส อันนี้เลือกไม่ได้
2.ผิวพรรณดี เนียนใสผ่องใสนุ่ม อันนี้เลือกได้ โดยการคัดเลือกเครื่องประทินโฉม มาบำรุงจะได้มา โดยใช้ครีมบำรุง   ผิวหรือรับประทานสมุนไพรช่วยให้ผิวพรรณดีได้
3.ร่างกายแข็งไม่ขี้โรค จะต้องรอดูสุขภาพ หลีกหลี่ยงการนำสารพิษไปสู่ร่างกาย ตรีผลาดีท๊อกซ์พิษออกจาก     ร่างกายได้
4.มดลูกแข็งแรงระบบภายในดี ไม่มีกลิ่น ไม่มีตกขาว สะอาด มีความต้องการทางเพศพร้อมตอบสนองผัวได้ทุกเวลาที่เขา   ต้องการ ไม่จู้จี้ขี้บ่น อันนี้ผู้ชายชอบ ว่านชักมดลูกช่วยได้
5.นมใหญ่หรือหน้าอกใหญ่ ผิวพรรณเต่งตึงเป็นสาว2,000ปี แบบงี้ผู้ชายถูกใจ [url=https://kungtep.com/]กวาวเครือขาว[/b][/url]ช่วยได้
สรุปแล้วเพศหญิงอยากได้สิ่งกลุ่มนี้เพื่อสนองเพศชายผู้ที่เรารัก อันเป็นธรรมชาติคน สิ่งที่กว่ามาข้างต้นคนใดกันแน่ที่ยังไม่มีในข้อไหนทดลองหาสมุนไพรมากินมอง สุขภาพดี แข็งแรง มีชัยไปกว่าครึ่ง https://kungtep.com/

Tags : กวาวเครือขาว,ว่านชักมดลูก

2

พญายอ
พญายอเป็นไม้พุ่งแกมเลื้อย เถาและใบมีสีเขียวใบไม้ไม่มีหนาม ใบยาวเรียวปลายแหลม ออกตรงข้ามเป็นคู่ ดอกออกเป็นช่อ อยู่ที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3-6 ดอก กลีบเป็นดอกปลายแยกสีแดงอมส้ม
พญายอขึ้นได้งามในดินที่สมบูรณ์ แสงแดดปานกลาง พบได้บ่อยตามป่าในประเทศไทย หรือปลูกกันตามบ้าน ปลูกโดยใช้ลำต้นปักชำ เป็นต้นไม้ที่ปลูกได้ไม่ยาก ตัดกิ่งออกมาซัก 2-3 คืบ ปักขำให้รากออกมาก็ดีก็ย้ายไปปลูกลงในแปลง รักษาเหมือน พืชไม้ทั่วๆไป
ใบ เป็นยา ให้เก็บขนาดกึ่งกลางที่สมบูรณ์ ไม่แก่ไหมอ่อนจนเกินความจำเป็น ใบของพญายอสามารถลดอาการักเสบของหูก้าวหน้า โดยเฉพาะส่วนที่สกัดด้วยสารละลาย “บิวทานอล” ตระกูลสถิต ฉั่วกุล รวมทั้งภาควิชาได้ศึกษาเล่าเรียนพบว่าสารสำคัญตัวหนึ่งเป็น “เฟลโอ้อวดนนอยต์” ส่วนด้านที่มีการต่อต้านพิษงูยังไม่แน่ชัด แต่ว่าไม่เป็นอันตรายพอที่จะใช้
ใบพญายอรักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด, บวม, แดง ร้อนแต่ว่าไม่มีไข้) จากแมลงที่มีพิษกัดต่อย อาทิเช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้ง ต่อ แตน รักษาโดยการเอาใบสดจากพญายอนี้มาสัก 10-15 ใบ (มากมายน้อยตามรอบๆที่เป็น) ล้างให้สะอาด ใส่ลงในครกตำยา ตำอย่างละเอียด เพิ่มเติมแอลกอฮอล์เพียงพอชุ่มยา ตั้งทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ หมั่นคนยาวันแล้ววันเล่า กรองน้ำยา ใช้น้ำ แล้วก็กากทาบรอบๆที่เจ็บปวดบวม หรือที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
พญายอ หรือ เสมหะพังพอน ด้วยเหตุว่าเสลดพังพอนมีหมดทั้งตัวผู้ละตัวเมีย แม้กระนั้นตัวผู้ไม่นิยมนำมาใช้ด้วยเหตุว่ามีฤทธิ์อ่อน แล้วก็เพื่อไม่ให้งงก็เลยเรียกเสลดพังพอนตัวเมียว่า "พญายอ" โดยมากเอามาทำเป็นยาสมุนไพรไทยจัดอยู่ในกรุ๊ปพืชถอนพิษ  “พญายอ” เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นยาทารักษาภายนอก มีสรรพคุณทุเลาการอักเสบของผิวหนังได้ดิบได้ดี  มีฤทธิ์ลดการอักเสบ มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส
คุณสมบัติของผงพญายอสำหรับเพื่อการบำรุงผิวพรรณ
- ใช้แก้สิวเม็ดผื่นผื่นคัน ด้วยการนำมาดองกับสุรา แล้วผสมดินสอพองใช้ทาแก้สิวแล้วก็เม็ดผื่นผื่นคัน
- ใช้แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ผสมกับเหล้าใช้เป็นยาแก้ผื่นคัน ไฟลามทุ่ง ลมพิษ แผลไฟลุกน้ำร้อนลวก
- ใช้รักษาแผลไฟเผาน้ำร้อนลวก พญายอมีคุณประโยชน์ช่วยดับพิษร้อนเจริญ
- อีกตำราเรียนบอกว่านอกจากจะใช้รักษาแผลไฟลุกน้ำร้อนลวกได้แล้ว ยังช่วยรักษาแผลยุ่ยเนื่องมาจากถูกแมงกะพรุนไฟ แผลหมากัด แล้วก็แผลที่เกิดจากการถูกกรดได้อีกด้วย
- ใช้รักษาแผลน้ำเหลืองเสีย เอามาพอก จะรู้สึกเย็นๆซึ่งยาจะช่วยดูดน้ำเหลืองก้าวหน้า ทำให้แผลแห้งไว
- ใช้แก้ฝี ด้วยการผสมกับเกลือและเหล้า ใช้พอกรอบๆที่เป็น แปลงยาทุกเช้าแล้วก็เย็น
- ใช้เป็นยาขับพิษ ถอนพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ตัวอย่างเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง มด ยุง อื่นๆอีกมากมาย
- พญายอ ใช้รักษาอาการอักเสบ รักษาแผลร้อนในปาก แก้เริม (แผลผิวหนังชนิดเริม) อีสุกอีใส แก้งูสวัด ไฟลามทุ่ง รวมทั้งใช้เป็นยาถอนพิษต่างๆเอาน้ำมาดื่มหรือเอาน้ำมาทาแผลและก็เอากากพอกรอบๆแผล
- มีฤทธิ์แก้อาการแพ้ ลดการอักเสบ สามารถลดการอักเสบเรื้อรังได้
- มีฤทธิ์ลดความเจ็บ ช่วยลดลักษณะของการปวด
- มีฤทธิ์ต้านไวรัสได้ดิบได้ดีและไม่เป็นพิษต่อเซลล์

กรรมวิธีพอกขัดผิวด้วยผงพญายอ

  • ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแล้วก็เช็ดเครื่องแต่งหน้าให้สะอาดก่อนแนวทางการขัดพอกผิว
  • ใช้ผสมกับน้ำสะอาด (หรือ ผงสมุนไพรอื่นๆน้ำผึ้ง นม หรือโยเกิร์ต เพื่อทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น)
  • สามารถใช้พอกหรือขัดได้ผิวหน้าแล้วก็ผิวกาย เป็นประจำ อาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง


     - สำหรับผิวหน้า พญายอถ้าหากเป็นสิวอักเสบ ห้าม ขัดโดยเด็ดขาด ให้ใช้เป็นการพอกผิวแทน เพื่อไม่ให้เชื้อสิวลุกลามไปทั่วบริเวณใบหน้า และเพื่อไม่ให้เป็นการก่อกวนผิวหน้ามากจนเกินความจำเป็น พอกทิ้งไว้โดยประมาณ 15 นาที
     - แม้ใช้ขัด (สำหรับคนที่ไม่เป็นสิว และผิวกาย) ให้ขัดให้เบาไม้เบามือที่สุด ราวแค่ลูบเพียรพยายามจะไม่ให้นิ้วโดนผิวหน้าเลย ห้ามกดแรงลงบนนิ้วขณะขัด รวมทั้งให้ขัดเพียงแค่ 5 นาทีก็พอเพียงที่สารสำคัญจะออกฤทธิ์แล้ว เมื่อครบ 5 นาทีให้พอกทิ้งเอาไว้จนแห้ง (อาจใช้ระยะเวลาพอกทิ้งเอาไว้ราวๆ 15 นาที)

  • พญายอ ภายหลังแห้งแล้ว ให้ทำการล้างด้วยน้ำธรรมดา (ไม่ควรใช้น้ำอุ่น) ล้างแบบเบาที่สุดหรือให้เปิดฝักบัวเบาๆแล้วหลังจากนั้นก็ปลดปล่อยให้น้ำรดผ่านผิวไปสัก 2-3 นาที แล้วก็ใช้ฝ่ามือคลำให้เบาที่สุด โดยใช้หลักการล้างเดียวกับการขัดหน้าหมายถึงพากเพียรจะไม่ให้นิ้วโดนผิวหน้าเลย
  • ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว ดูดซับหน้าให้แห้ง


Tip  เพื่อการบำรุงที่มากขึ้น เมื่อพอกหรือขัดผิวด้วยผงสมุนไพรแล้ว ให้เอาน้ำผึ้งผสมน้ำเปล่าปกติในอัตราส่วน 1 ช้อนชาเท่ากัน ทาให้ทั่วผิวหน้า แล้วนวดวนเบาๆทั่วใบหน้าสักบางส่วน ทิ้งน้ำผึ้งไว้ 10 นาที ก็ล้างออก เพื่อเป็นการคืนความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มรวมทั้งกระจ่างขาวสวยใส มองอ่อนกว่าวัยยิ่งขึ้น http://www.disthai.com/

3
อื่นๆ / รู้จัก พญายอ สมุนไพรฆ่าเชื้อไวรัส
« เมื่อ: สิงหาคม 21, 2018, 06:55:04 PM »

พญายอ
พญายอเป็นไม้พุ่งแกมเลื้อย เถาและใบมีสีเขียวใบไม้ไม่มีหนาม ใบยาวเรียวปลายแหลม ออกตรงข้ามเป็นคู่ ดอกออกเป็นช่อ อยู่ที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3-6 ดอก กลีบดอกเป็นดอกปลายแยกสีแดงอมส้ม
พญายอขึ้นได้งามในดินที่สมบูรณ์ แสงแดดปานกลาง พบได้ทั่วไปตามป่าในประเทศไทย หรือปลูกกันตามบ้าน ปลูกโดยใช้ลำต้นปักชำ เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ตัดกิ่งออกมาซัก 2-3 คืบ ปักขำให้รากออกมาดีแล้วก็ย้ายไปปลูกในแปลง ดูแลรักษาเหมือน พืชไม้ทั่วไป
ใบ เป็นยา ให้เก็บขนาดกลางที่สมบูรณ์ ไม่แก่หรือไม่อ่อนจนเกินไป ใบของพญายอสามารถลดอาการักเสบของหูได้ดี โดยเฉพาะส่วนที่สกัดด้วยสารละลาย “บิวทานอล” วงศ์สถิต ฉั่วกุล และคณะได้ศึกษาพบว่าสารสำคัญตัวหนึ่งเป็น “เฟลโวนนอยต์” ส่วนด้านที่มีการต้านพิษงูยังไม่ชัดเจน แต่ปลอดภัยพอที่จะใช้
ใบพญายอรักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด, บวม, แดง ร้อนแต่ไม่มีไข้) จากแมลงที่มีพิษกัดต่อย เช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้ง ต่อ แตน รักษาโดยการเอาใบสดจากพญายอนี้มาสัก 10-15 ใบ (มากน้อยตามบริเวณที่เป็น) ล้างให้สะอาด ใส่ลงในครกตำยา ตำให้ละเอียด เติมแอลกอฮอล์พอชุ่มยา ตั้งทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ หมั่นคนยาทุกวัน กรองน้ำยา ใช้น้ำ และกากทาบบริเวณที่เจ็บปวดบวม หรือที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า สารสกัดจากใบพญายอ สามารถฆ่าเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส งูสวัด (varicella zoster virus) ทั้งภายในและภายนอกเซลล์ คือ ยับยั้งไวรัสโดยตรง และยับยั้งการเพิ่มจำนสวนของไวรัส
ผู้ป่วยโรคเริมบริเวณอวัยยะสืบพันธุ์ที่ติดเชื้อครั้งแรกและติดเชื้อซ้ำ เมื่อรักษาโดยทาแผลของผู้ป่วยด้วยครีมพญายอ (5%) เปรียบเทียบกับยามาตรฐาน acyclovir พบว่า แผลของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาจากสารสกัดใบพญายอและ acyclovir จะตกสะเก็ดภายในวันที่ 3 และหายภายในวันที่ 7 แสดงว่าครีมพญายอและครีม acyclovir มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคเริมบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ให้หายได้เร็วพอกัน แต่ครีมพญายอ ไม่ทำให้เกิดอาการแสบระคายเคือง ในขณะที่ครีมทำให้แสบและราคาแพง
ผู้ป่วยโรคงูสวัด เมื่อรักษาโดยทาแผลด้วยครีมพญายอ (5%) วันละ 5 ครั้งทุกวัน ปรากฎว่าแผลจะตกสะเก็ดภายใน 1-3 วัน และหายภายใน 7-10 วัน พบว่าผู้ป่วยจะหายเร็วกว่าการใช้ยาชนิดอื่น และไม่พบอาการข้างเคียงใดๆ จากการใช้สารสกัดใบพญายอ
เห็นได้ชัดว่า สมุนไพรไทย พญายอ มีสรรพคุณมากมาย อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้สมุนไพร คุณผู้อื่นต้องศึกษาให้ละเอียด
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
รากของพญาปล้องทอง ประกอบด้วยสาร Lupeol, B-Sitosterol, Stigmasterol และมีการทดลองพบว่าสารสกัดด้วยสารละลายบิวทานอล (butanol) จากใบของพญาปล้องทอง มีสารประกอบฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) สามารถระงับอาการอักเสบได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้มีการผลิต ครีมพญายอ ขึ้นเพื่อนำมารักษาผู้ป่วยโรคงูสวัดได้ ทำให้แผลตกสะเก็ดหายเร็ว ลดอาการปวดได้ดี และไม่พบผลข้างเคียงใดๆ จากการใช้ครีมพญายอ จึงไม่ทำให้เกิดอาการแสบระคายเคือง มีการนำมาออกจำหน่ายในระดับอุตสาหกรรม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย สูง 1-3 เมตร มีลำต้นและกิ่งก้านสีเขียวเข้ม ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกัน รูปรีแคบขอบขนานกว้าง 1-3 ซม. ยาว 4-12 ซม. ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงส้ม มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียยาวโผล่พ้นหลอดออกมา ปลายแยกเป็น 2 ปาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่ค่อยออกดอก ส่วนมากขึ้นตามป่า หรือปลูกกันตามบ้าน ดังนั้นการขยายพันธุ์จึงทำได้โดยการปักชำหรือ การแยกเหง้าแขนงไปปลูก
วิธีการปลูก
การปลูกพญายอ ส่วนใหญ่ใช้กิ่งปักชำโดยเลือกกิ่งที่สมบูรณ์ปราศจากโรค ไม่แก่ หรือไม่อ่อนเกินไป ตัดกิ่งพันธุ์ให้มีความยาว 6-8 นิ้ว และมีตาบนกิ่งประมาณ 1-3 ตา ให้มีใบเหลืออยู่ที่ปลายยอด ประมาณ 1/3 ของกิ่ง ทาปูนแดงบริเวณรอยตัดของต้นตอ และกิ่งพันธุ์เพื่อป้องกันเชื้อรา ปักชำลงในถุงที่มีวัสดุปักชำเป็นดินร่วนปนทราย จะช่วยให้อัตราการออกรากของกิ่งชำสูง คุณภาพของรากดี และสะดวกในการขุดย้ายต้นไปปลูก โดยปักชำกิ่งลงในวัสดุปลูกลึกประมาณ 3 นิ้ว เอียง 45 องศา รดน้ำให้ชุ่มและรักษาความชื้นให้เพียงพอ โดยกิ่งชำไม่ควรถูกแสงแดดโดยตรง และควรดูแลความชื้นในอากาศ กิ่งปักชำจะออกรากภายใน 3-4 สัปดาห์ เมื่อกิ่งชำที่มีอายุ 3-4 สัปดาห์ ที่ชำไว้ในแปลงชำหรือในถุงชำ โดยใช้ช้อนขุดหรือเสียมแซะกิ่งชำลงปลูกในหลุมปลูกที่เตรียมไว้ 1 ต้นต่อหลุม กลบดิน และกดดินที่โคนให้แน่น รดน้ำหลังจากปลูกทันที
การเก็บ เก็บใบขนาดกลาง ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป การเก็บเกี่ยวให้ใช้วิธีการตัดต้นเหนือระดับผิวดินประมาณ 10 ซม. หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว ต้นตอเดิมยังงอกแตกแขนงเติบโตได้อีก และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อไปได้
การดูแลรักษา ควรให้น้ำในระยะ 1-2 เดือนแรก ควรรดน้ำทุกวัน ถ้าแดดจัดควรรดน้ำเช้า-เย็น เมื่ออายุ 2 เดือนขึ้นไปแล้วอาจให้น้ำวันเว้นวัน ในฤดูฝนถ้ามีฝนตกอาจจะไม่ต้องให้น้ำ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินอุดมสมบูรณ์ ชอบดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี ไม่ชอบดินลูกรังหรือดินเหนียว ชอบอากาศร้อนชื้น ขึ้นได้ดีทั้งที่มีแดดและที่ร่ม
ลักษณะใบพญาปล้องทอง
ส่วนที่นำมาใช้ ใช้ได้ทั้งใบ และราก
ใบ

  • นำมารักษาอาการอักเสบ ถอนพิษ รักษาแผลร้อนในในปาก เริม งูสวัด ให้ใช้ใบสด 10-20 ใบ นำมาตำผสมกับเหล้าหรือ น้ำมะนาว คั้นเอาน้ำดื่มหรือเอาน้ำทาแผลและเอากากพอกแผล
  • นำมาทาบริเวณที่แมลงสัตว์กัดต่อยเป็นผื่นคัน ให้ใช้ใบสด 5-10 ใบ ตำขยี้ทาบริเวณที่เป็นแผลที่แพ้ จะยุบหายได้ผลดี
  • นำมาแก้แผลน้ำร้อนลวก ให้ใช้ใบตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันงา เอากากพอกแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกหรือไฟไหม้ แผลจะแห้ง หรือ นำใบมาตำให้ละเอียดผสมกับสุรา มีสรรพคุณดับพิษร้อนได้ดี


รากพญายอ
ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ ขับระดู แก้ปวดเมื่อยบั้นเอว
http://www.disthai.com/

4

บัวบก
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เติบโตในแถบประเทศอินเดีย แอฟริกา และก็เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบและลำต้นประยุกต์ใช้เป็นยารักษาโรคตามแพทย์แผนโบราณของประเทศอินเดียแล้วก็จีนมาอย่างช้านาน ใช้รักษาหลายโรค อย่างเช่น โรคซิฟิลิส โรคหอบหืด หรือโรคสะเก็ดเงิน และก็ยังนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย
ใบบัวบก
ใบบัวบกประกอบด้วยสารออกฤทธิ์หลักที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอยู่หลายอย่าง ได้แก่ ซาโปนิน (Saponin) หรือไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoids) ทวีปเอเชียติเตียนโคไซด์ (Asiaticoside) กรดเอเชียตำหนิก (Asiatic Acid) มาเดแคสโซไซด์ (Madecassoside) และก็กรดมาดีค้างสสิค (Madecassic Acid) ก็เลยทำให้นำมาใช้ในทางการแพทย์ โดยมั่นใจว่ามีคุณประโยชน์หลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น ทุเลาอาการอักเสบ ถ้าเกิดใช้รับประทานอาจมีคุณสมบัติช่วยลดความดันเลือดในหลอดเลือดดำ และประยุกต์ใช้รักษาโรคหรืออาการที่เป็นผลมาจากการตำหนิดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิตต่างๆดังเช่นว่า ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ การตำหนิดเชื้อที่ระบบฟุตบาทปัสสาวะ โรคงูสวัด โรคเรื้อน อหิวาต์ โรคบิด โรคเท้าช้าง วัณโรค โรคพยาธิใบไม้ในเลือด ฯลฯ นอกเหนือจากนั้น ยังมีความเชื่อว่าถ้าหากใช้ใบบัวบกทาที่ผิวหนังอาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นสาระสำคัญสำหรับเพื่อการสมานบาดแผล ลดเลือนรอยแผลเป็น รวมทั้งปัญหาท้องลายที่เกิดจากการตั้งท้อง แต่ว่าข้อพิสูจน์หรือหลักฐานทางด้านการแพทย์มีมากมายน้อยมีมากน้อยเพียงใดที่จะช่วยยืนยันความเชื่อถือ คุณประโยชน์ และความปลอดภัยของใบบัวบกสำหรับในการรักษาโรคพวกนี้
การดูแลและรักษาด้วยใบบัวบกที่บางทีอาจได้ผล
เส้นเลือดขอด มีการเล่าเรียนชิ้นหนึ่งกล่าวว่าใบบัวบกอาจมีส่วนช่วยบำรุงและก็สร้างสมดุลสำหรับในการเจริญวัยของเยื่อเกี่ยวพัน (Connective Tissues) เพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นเลือด มีผลต่อความดันในเส้นเลือดฝอยและก็เส้นโลหิตขอด ลดอัตราการกรองของเส้นเลือดฝอยโดยเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของโลหิต ยิ่งกว่านั้น ยังมีการเรียนรู้โดยการทบทวนงานค้นคว้าวิจัยที่เกี่ยวโยง 8 ชิ้นเกี่ยวกับการรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบกในผู้เจ็บป่วยที่มีปัญหาเส้นเลือดขอดเรื้อรัง พบว่าอาการปวดขา ขาหนัก รวมทั้งอาการบวมน้ำทุเลาลงอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้สารสกัดจากใบบัวบกบางทีอาจช่วยบรรเทาอาการคนป่วยเส้นเลือดขอดเรื้อรังลงได้ แม้กระนั้นจากงานค้นคว้ากล่าวว่าข้อสรุปข้างต้นต้องตีความด้วยความระวังเหตุเพราะความจำกัดต่างๆของการค้นคว้าวิจัย แล้วก็ยังจึงควรศึกษาเล่าเรียนเพิ่มอีกเพื่อหาหลักฐานที่มีความถูกต้องแน่ใจรวมทั้งมีคุณภาพมากพอสำหรับเพื่อการประเมินสมรรถนะการรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบก
การดูแลและรักษาด้วยใบบัวบกที่เป็นได้ แต่ว่ายังมีหลักฐานเกื้อหนุนไม่เพียงพอ
โรคเส้นโลหิตแดงแข็ง (Atherosclerosis) ใบบัวบกบางทีอาจช่วยสำหรับเพื่อการลดปริมาณไขมันในเส้นโลหิตได้ จากการเล่าเรียนชิ้นหนึ่งโดยให้อาสาสมัครโรคเส้นเลือดแดงแข็งที่ไม่แสดงอาการกรุ๊ปหนึ่งกินอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกเป็นเวลา 6 เดือน และอีกกลุ่มไม่รับประทาน แล้วตรวจค้นความหนาแน่นของไขมันหรือพลัค (Plagues) ที่เกาะอยู่ตามเยื่อบุของเส้นเลือด พบว่า ระดับคอเลสเตอรอลของอาสาสมัครทั้งยัง 2 กลุ่มไม่ได้แตกต่างกัน แม้กระนั้นในกลุ่มที่ทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกพบว่า อนุมูลอิสระในเลือดลดน้อยลง ปริมาณไขมันหรือพลัคที่เส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอและขาลดลง รวมทั้งรูปแบบของพลัคอีกทั้งความครึ้มแล้วก็ความยาวก็ลดน้อยลงด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งยังยังไม่เจออาการที่ไม่พึงประสงค์ สามารถทนต่ออาการข้างเคียงได้ และมีการบันทึกผลการตรวจเลือดเสมอๆ เหตุเพราะหลักฐานส่งเสริมคุณลักษณะของใบบัวบกต่อโรคหลอดเลือดแดงแข็งยังน้อยเกินไป จึงจะต้องศึกษาต่อไป
ป้องกันลิ่มเลือด การกินใบบัวบกอาจช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดลิ่มเลือดที่ขาซึ่งเกิดจากการโดยสารเรือบินเป็นเวลานาน จากหลักฐานที่ได้รับการพัฒนาเสนอแนะว่าใบบัวบกบางทีอาจช่วยลดของเหลวรวมทั้งเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในผู้ที่โดยสารเรือบินติดต่อกันนานกว่า 3 ชั่วโมง อย่างไรก็แล้วแต่ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการศึกษาชิ้นนี้จะคือการลดการสะสมของลิ่มเลือด เนื่องด้วยหลักฐานเกื้อหนุนคุณสมบัติของใบบัวบกต่อการปกป้องคุ้มครองลิ่มเลือดยังไม่พอ ก็เลยจำเป็นที่จะต้องศึกษาต่อไป
กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ในผู้ป่วยเบาหวาน งานวิจัยหนึ่งให้ผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวานที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดฝอยจำนวน 50 คน รับประทานสารสกัดจากใบบัวบกซึ่งมีสารสามเทอร์พีนอยด์เป็นหัวใจสำคัญ ขนาด 60 มก. 2 ครั้งต่อวันตรงเวลา 6 เดือน เปรียบเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก พบว่าสารตรีเทอร์พีนอยด์ของใบบัวบกเป็นประโยชน์ต่อการไหลเวียนของโลหิตในหลอดเลือดฝอยของคนป่วยเบาหวาน แต่ว่าหลักฐานช่วยเหลือคุณสมบัติของใบบัวบกต่อการไหลเวียนของโลหิตยังไม่พอ จึงต้องศึกษาต่อไป
แผลโรคเบาหวาน มีการทำการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับคุณภาพและผลข้างเคียงของการกินสารสกัดจากใบบัวบกต่อแผลโรคเบาหวาน โดยแบ่งคนเจ็บเบาหวานจำนวน 200 คนออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งกินสารเอเชียติวัวไซด์ซึ่งเป็นสกัดจากใบบัวบกขนาด 50 มิลลิกรัม รวมทั้งอีกกลุ่มรับประทานยาหลอกปริมาณ 2 แคปซูลข้างหลังมื้ออาหารวันละ 3 ครั้ง รวมทั้งมีการประมวลผลทุก 7 วัน พบว่าแผลของผู้ป่วยที่กินสารสกัดจากใบบัวบกมีการหดรั้ง (Wound Contraction) ที่ดีกว่าและไม่พบผลข้างเคียง หรือเรียกได้ว่าสารสกัดจากใบบัวบกอาจมีคุณภาพสำหรับการรักษาแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น แล้วก็สามารถใช้ได้โดยสวัสดิภาพโดยไม่เกิดผลใกล้กัน แต่ว่าเนื่องจากหลักฐานสนับสนุนคุณลักษณะของใบบัวบกต่อการดูแลและรักษาแผลเบาหวานยังน้อยเกินไป ก็เลยควรต้องศึกษาต่อไป
รอยแผล สารออกฤทธิ์ของใบบัวบก ตัวอย่างเช่น เอเชียว่ากล่าวโคไซด์ กรดทวีปเอเชียติเตียนก มาเดแคสโซไซด์ แล้วก็กรดมาดีติดอยู่สสิค เป็นสารช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในร่างกายและอาจมีคุณภาพสำหรับในการรักษาแผลต่างๆอีกทั้งแผลขนาดเล็ก แผลไฟเผา แผลเป็นจากโรคสะเก็ดเงินหรือโรคหนังแข็ง รวมถึงรอยแผลแบบนูน ซึ่งจากงานศึกษาค้นคว้าวิจัยชิ้นหนึ่งได้เสนอแนะว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกรอบๆผิวหนังภายหลังเย็บแผลแล้ว 2 ครั้งต่อวัน ต่อเนื่องนาน 6-8 อาทิตย์ บางทีอาจช่วยลดการเกิดแผลเป็นได้ รวมถึงแผลเป็นแบบนูนหรือคีลอยด์ แต่ว่าด้วยเหตุว่าหลักฐานสนับสนุนคุณสมบัติของใบบัวบกต่อแผลยังไม่เพียงพอ ก็เลยจำต้องศึกษาต่อไป
ท้องลาย จากการตั้งท้อง ได้มีงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยชี้แนะให้คนที่กำลังท้องทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี รวมทั้งคอลลาเจน บ่อยๆแต่ละวันในช่วง 6 เดือนท้ายที่สุดก่อนจะมีการคลอด ซึ่งอาจช่วยปัญหารอยแตกได้ ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีการทดลองโดยให้หญิงมีครรภ์ปริมาณ 100 คน ทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี รวมทั้งคอลลาเจน-อีลาสติน ไฮโดรไลเซท ทาบริเวณผิวหนังที่มีรอยแตกเปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอก พบว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของใบบัวบกอาจจะส่งผลให้เกิดรอยแตกหรือท้องลายน้อยกว่าในกรุ๊ปที่ใช้ยาหลอก แต่ว่าเพราะเหตุว่าหลักฐานสนับสนุนคุณลักษณะของใบบัวบกต่อรอยแตกหรือท้องลายยังไม่แน่นอน จึงจำเป็นจะต้องศึกษาต่อไป
ลดความไม่สบายใจ การดูแลรักษาแบบแพทย์แผนจีนมีการนำใบบัวบกมาใช้เพื่อบรรเทาอาการเซื่องซึมและก็ความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนทดลองชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับประสิทธิภาพของใบบัวบกสำหรับเพื่อการลดความรู้สึกกลุ้มใจ โดยสุ่มให้อาสาสมัครกินใบบัวบกในปริมาณ 12 กรัมหรือรับประทานยาหลอก จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าใบบัวบกมีฤทธิ์ต่อต้านความวิตกกังวล ช่วยลดความตึงเครียด แต่ยังคงจำเป็นต้องเรียนเพิ่มเติมอีกถัดไปถึงคุณภาพของใบบัวบกสำหรับเพื่อการรักษาโรคไม่สบายใจ
โรคแล้วก็อาการอื่นๆอย่างเช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นลมเป็นแล้งแดด การต่อว่าดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคตับอักเสบ โรคดีซ่าน ท้องเสีย ของกินไม่ย่อย ซึ่งยังจึงควรทำการวิจัยหาสมรรถนะแล้วก็ความปลอดภัยสำหรับในการรักษาต่อไป

ความปลอดภัยสำหรับการรับประทานใบบัวบก
 การใช้สารสกัดจากใบบัวบกทาบริเวณผิวหนังอาจมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ว่าการรับประทานใบบัวบกบางทีอาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก คนที่กำลังมีท้อง หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมลูก เพราะว่ายังไม่มีหลักฐานด้านการแพทย์เพียงพอที่จะสนับสนุนถึงเรื่องความปลอดภัยทั้งยังต่อเด็ก คุณแม่ หรือทารกในครรภ์
การรับประทานใบบัวบกบางทีอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อตับ โดยเหตุนี้คนที่เป็นโรคตับหรือมีปัญหาเกี่ยวกับตับไม่สมควรกินใบบัวบก เนื่องจากว่าอาจก่อให้อาการต่างๆแย่ลงได้ รวมทั้งไม่สมควรรับประทานใบบัวบกร่วมกับยาที่ส่งผลต่อตับในกรุ๊ปพวกนี้ เป็นต้นว่า พาราเซตามอล อะมิโอดาโรน คาร์บามาซีปีนป่าย ไอโซไนอะซิด ซิมวาสแตว่ากล่าวน ฯลฯ
การกินใบบัวบกในปริมาณมากอาจจะส่งผลให้รู้สึกง่วงได้มากกว่าปกติ หรือหากกินร่วมกับยานอนหลับหรือยาคลายความหนักใจ เช่น โคลนาซีแพม ลอราซีแพม ฟิโนบาร์บิทอล และโซลพิเดม
ควรจะหยุดรับประทานใบบัวบกอย่างต่ำ 2 อาทิตย์สำหรับผู้ที่คิดแผนเข้ารับการผ่าตัด เพราะเหตุว่าบางทีอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้สำหรับการผ่าตัดและอาจทำให้รู้สึกง่วงได้มากขึ้น
ควรขอความเห็นแพทย์ก่อนรับประทานใบบัวบก หากอยู่ในช่วงการใช้ยาหรืออาหารเสริมประเภทอื่นๆอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุว่าอาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่ปรารถนาถ้าหากกินใบบัวบกในระหว่างการดูแลและรักษาของผู้ป่วยโรควิตก ผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง คนป่วยอัลไซเมอร์ รวมทั้งผู้ที่ใช้ยานอนหลับหรือยาความกังวลน้อยลง และก็คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยเหตุว่าอาจทำให้กดประสาทเพิ่มมากขึ้น http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรบัวบก

5

สมุนไพรเหงือกปลาหมอ
ชื่อสกุล : ACANTHACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acanthus ebracteatus Vahl
ชื่อพ้อง : Acanthus ilicfolius L. ; Acanthus ilicfolius L. var intergrifolia T.Anderson
ชื่อสามัญ : Sea holly
ชื่อพื้นบ้านอื่น : แก้มแพทย์, แก้มแพทย์เล (กระบี่) ; จะเกร็ง, นางเกร็ง, เหงือกปลาหมอ, เหงือกปลาหมอน้ำเงิน (ทั่วๆไป) ; อีเกร็ง (ภาคกึ่งกลาง)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้พุ่มขนาดเล็ก (US) สูงราวๆ 30-100 เซนติเมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อ แข็ง รวมทั้งมีหนามอ่อนๆตามข้อๆละ 4 หนาม
ใบ เป็นใบโดดเดี่ยว ออกตรงกันข้ามกันเป็นคู่ๆสีเขียวเข้ม ลักษณะใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ขอบของใบเว้าหรือเรียบ แล้วก็มีหนามแหลม ปลายใบแหลม มีก้านใบสั่นๆ
ดอกเหงือกปลาหมอ ออกเป็นช่อตั้งชันที่ยอด ช่อดอกยาว กลีบรองกลีบ มี 4 กลีบ แยกจากกันสีเขียวอ่อน กลีบสีขาว สีขาวขริบฟ้า หรือสีฟ้าอมม่วง แยกเป็น 2 ทาง กลีบบนยาวเท่ากับกลีบรองกลีบดอก แต่ว่ากลีบด้านล่างแผ่กว้างและโค้งลง ปลายกลีบหยักเว้าเป็น 3 หยักตื้นๆ
ผล เป็นฝักสีน้ำตาล ปลายฝักป้าน มีเม็ดด้านใน 4 เม็ด
นิเวศวิทยา
เป็นไม้ที่โล่งแจ้ง มีอยู่ทั่วไปในป่าชายเลน จากที่ลุ่มริมน้ำลำคลอง ส่วนมากชอบขึ้นในที่น้ำกร่อย บางคราวก็พบในน้ำจืดบ้างแบบเดียวกัน
การปลูกแล้วก็แพร่พันธุ์
เติบโตเจริญในดินเกือบทุกชนิด ความชื้นปานกลาง แพร่พันธุ์ด้วยการเพาะเม็ด
ผลดีทางยา
รสและก็สรรพคุณในตำราเรียนยา
ต้น รสเค็มกร่อย แก้อาการผื่นผื่นคัน
ใบ รสเค็มกร่อย รักษาโรคปวดบวมแล้วก็แผลอักเสบ แก้ท้องเฟ้อ ท้องอืดท้องเฟ้อ หมอแผนไทยตามต่างจังหวัดใช้อีกทั้ง 5 เป็นยาแก้ไข้หัว พิษฝี พิษรอยดำได้ดี แก้น้ำเหลืองเสีย ใช้ปรุงกับฟ้าทลายมิจฉาชีพรมหัวริดสีดวงทวาร ตำใบผสมกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาแก้อาการตาเจ็บหรือตาแดง
ผล รสเค็มกร่อย ใช้เป็นยาขับโลหิตอย่างแรง รวมทั้งแก้ฝีซาง ฝีตาน
ในประเทศอินเดีย ใช้ยอดแล้วก็ใบอ่อนตำผสมน้ำบางส่วนปิดแผลที่ถูกงูกัด ทั้งต้นใช้รักษาแก้โรคที่เกี่ยวกับหลอดลมและแก้ไอ รวมทั้งเอามาต้มเอาน้ำเป็นยารักษาธาตุทุพพลภาพ
ในประเทศประเทศสิงคโปร์ ใช้เม็ดเป็นยาแก้ไอ โดยต้มเมล็ดกับดอกมะเฟืองหรือดอกตะลิงปลิง แล้วเติมเปลือกอบเชย แล้วก็น้ำตาลกรวด จิบแก้ไอ เม็ดบดเป็นผุยผงใช้พอกแก้ฝี หรือนำไปคั่วแล้วป่นละลายน้ำดื่มแก้ฝี ฝักต้มรับประทานเป็นยาขับเลือด แล้วก็แก้ฝี รากต้มเป็นยาดื่มแก้โรคงูสวัด
แนวทางแล้วก็จำนวนที่ใช้
รักษาโรคผิวหนัง แผลพุพอง น้ำเหลืองเสีย โดยใช้อีกทั้งต้นและก็ใบสด 3-4 กำมือ ล้างให้สะอาด สับเป็นชิ้นนำไปต้มน้ำ แล้วใช้น้ำอาบ รุ่งเช้า-เย็น ตรงเวลา 1 อาทิตย์
ข้อควรทราบ
เหงือกปลาหมอมีอยู่ร่วมกัน 2 ชนิด คือ
เหงือกปลาหมอ Acanthus ilifolius L. หรือ Acanthus ilifolius L. var intergrifolia T.Anderson ลักษณะจะมีดอกสีฟ้าอมม่วง มีประสีเหลืองกึ่งกลางกลีบ มีใบตกแต่งสีเขียวอีก 2 กลีบ รองรับดอกอยู่เสมอไป
เหงือกปลาหมอ Acanthus ebracteatus Vahl ลักษณะจะมีดอกสีขาวค่อนข้างจะเล็ก มีใบเสริมแต่งรองรับช่อดอก แต่ว่าหล่นหลุดไปก่อน
สรรพคุณของเหงือกปลาหมอ
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้อายุยืน สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เลือดลมไหลเวียนดี เส้นเลือดไม่อุดตัน บำรุงผิวพรรณ ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอนำมาตำผสมกับพริกไทยในอัตราส่วน 2:1 แล้วคลุกผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยาลูกกลอน ว่ากันว่าแม้รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน จะทำให้ปัญญาดี ไม่มีโรค / 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึง / 3 เดือน ทำให้ริดสีดวงหาย / 4 เดือน ช่วยแก้ลม 12 ประเภท หูไว / 5 เดือน หมดโรค / 6 เดือน ทำให้เดินไม่รู้จักเหนื่อย / 7 เดือนผิวสวย / 8 เดือน เสียงน่าฟัง / 9 เดือน หนังเหนียว (ทั้งต้น, ราก)
เหงือกปลาหมอมีสรรพคุณช่วยทำนุบำรุงประสาท (ราก)
ช่วยรักษาอาการธาตุไม่ปกติ (ต้น)
ช่วยทำให้เลือดลมเป็นปกติ (อีกทั้งต้น)เหงือกปลาหมอขาว
ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ทั้งยังต้น)
ช่วยแก้โรคกษัย อาการผ่ายผอมเหลืองตลอดตัว ด้วยการใช้ต้นของเหงือกปลาหมอนำมาตำเป็นผงกินทุกเมื่อเชื่อวัน (ต้น)
ช่วยแก้อาการร้อนหมดทั้งตัว เจ็บระบบทั้งตัว ตัวแห้ง เวียนศีรษะ หน้ามืดตามัว มือตายตีนตาย ด้วยการใช้ทั้งต้นของเหงือกปลาหมอแล้วก็เปลือกมะรุมอย่างละเสมอกัน ใส่หม้อต้มผสมกับเกลือเล็กน้อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ แล้วใช้ฟืน 30 ดุ้น ต้มกับน้ำเดือดจนกระทั่งงวดแล้วชูลง เมื่อเสร็จให้กลั้นใจรับประทานขณะอุ่นๆจนหมด อาการก็จะดียิ่งขึ้น (ต้น)
ช่วยยั้งโรคมะเร็ง ต้านโรคมะเร็ง (อีกทั้งต้น)
ช่วยรักษาอาการปอดอักเสบ ด้วยการใช้เหงือกปลาหมอทั้งต้นแล้วก็อาหารมื้อเย็นเหนือ อาหารเย็นใต้ในรูปร่างที่เสมอกัน นำมาต้มกับน้ำกระทั่งเดือดแล้วนำมาดื่มในขณะอุ่นๆทีละ 1 แก้ว ยามเช้า ช่วงเวลากลางวัน เย็น อาการจะดียิ่งขึ้น (ทั้งต้น)
รักษาปอดบวม ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ใบ)
ต้นมีรสเค็มกร่อย สรรพคุณช่วยแก้ลักษณะของการปวดศีรษะ (ต้น)
รากช่วยแก้รวมทั้งบรรเทาอาการไอ หรือจะใช้เม็ดนำมาต้มดื่มแก้อาการไอก็ได้ด้วยเหมือนกัน (ราก, เม็ด)
ช่วยแก้หืดหอบ (ราก)
ช่วยรักษาวัณโรค ด้วยการใช้ต้นเอามาตำผสมเป็นน้ำดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้ลักษณะของการเจ็บตา ตาแดง ด้วยการใช้เหงือกปลาหมอทั้งต้นเอามาตำผสมกับขิง คั้นเอาแต่น้ำใช้หยอดตาแก้อาการ (ทั้งต้น)
ใบช่วยแก้ไข้ (ใบ)
ช่วยแก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้ทั้งต้นเหงือกปลาหมอมาตำผสมกับขิง (ต้น)
ช่วยแก้พิษไข้หัว ด้วยการใช้ต้นและรากนำมาต้มอาบแก้อาการ (ทั้งต้น)
แก้อาการไอ เมล็ดใช้ผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด นำมาต้มรวมกันแล้วเอาแต่น้ำมากินเป็นยาแก้ไอ (เม็ด)
ช่วยขับเสมหะ (ราก)
ถ้าหากเป็นลมเป็นแล้ง ให้ใช้ต้นเหงือกปลาหมอ 1 ส่วน / พริกไทย 2 ส่วน ผสมรวมกัน ตำอย่างระมัดระวังเป็นผงแล้วเอามาละลายน้ำร้อนดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้โรคกระเพาะ ด้วยการใช้ทั้งต้นแล้วก็พริกไทย (10:5 ส่วน) ตำผสมปั้นเป็นยาลูกกลอน (อีกทั้งต้น)
ช่วยขับพยาธิ (เม็ด)
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อย นำมาตำละลายกับน้ำแล้วทาบริเวณที่เป็นริดสีดวง หรือจะใช้ปรุงกับฟ้าทะลายโจร ใช้รมหัวริดสีดวงก็ได้ (ต้น, ใบ)
ช่วยขับฉี่ ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
ช่วยรักษามุตกิดตกขาว ตกขาวของสตรี ด้วยการใช้ใบแล้วก็ต้นเอามาตำเป็นผุยผง ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำมันมันงา ปั้นเป็นยาลูกกลอนกินแก้อาการ (ต้น, ใบ, ราก)
ช่วยแก้เมนส์มาไม่ปกติของสตรี ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมันงา (ทั้งต้น)
ช่วยรักษานิ่วในไต ด้วยการใช้ใบเอามาต้มเป็นน้ำดื่ม (ใบ)
ช่วยแก้ไตพิการ ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)

ผลช่วยขับเลือด หรือจะใช้เม็ดผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด เอามาต้มรวมกันแล้วมัวแต่น้ำมากิน หรือใช้ต้น 10 ส่วนและก็พริกไทย 5 ส่วน ผสมทำเป็นยาลูกกลอนกินก็ได้ (เม็ด, ผล, ต้น)
ช่วยฟอกเลือด ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่เจาะจงส่วนที่ใช้)
แก้พิษเลือด ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (เปลือกต้น)
ช่วยสมานแผล ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำผสมกับหัวสามสิบ ในอัตราส่วน 2:1 (อีกทั้งต้น)
ต้นเหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์ช่วยรักษาแผลพุพอง (ต้น)
ใบมีรสเค็มกร่อย สรรพคุณช่วยรักษาแผลอักเสบ (ใบ)
ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย ด้วยการใช้ต้น 3-4 ต้น นำมาหั่นเป็นชิ้น แล้วต้มน้ำอาบแก้อาการ (ต้น, ใบ, เม็ด)
สำหรับคนเจ็บโรคภูมิคุมกันบกพร่องที่มีแผลพุพองตามผิวหนัง หากใช้ต้นมาต้มอาบแล้วก็ทำเป็นยากินติดต่อกันราวๆ 3 เดือนจะช่วยทำให้อาการของแผลพุพองบรรเทาลงอย่างชัดเจน (ต้น)
ช่วยรักษาโรคผิวหนังหรือประป่า รักษากลากโรคเกลื้อน อีสุกอีใส (ใบ)
ช่วยรักษาโรคขี้เรื้อน โรคกุฏฐัง ด้วยการใช้ต้นนำมาตำเอาแต่น้ำกิน (ทั้งยังต้น)
ช่วยแก้ผื่นผื่นคันตามร่างกาย ใช้ล้างแผลเรื้อรัง ด้วยการใช้ต้นสดและใบสดล้างสะอาดราวๆ 3-4 กำมือ นำมาสับแล้วต้มกับน้ำอาบแก้ผื่นคันต่อเนื่องกัน 3-4 ครั้ง (ต้น, ใบ)
เหงือกปลาหมอมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้ลมพิษ (ต้น)
รากสดนำมาต้มมัวแต่น้ำ ใช้ดื่มเป็นยารักษาโรคงูสวัดได้ (ราก)
ช่วยรักษาฝี ฝีเรื้อรัง แผลฝีหนอง ไข้ทรพิษ ตัดรากฝี แก้พิษฝีทุกชนิดทั้งภายในข้างนอก ด้วยการใช้ต้นและก็ใบทั้งสดแล้วก็แห้งราวๆ 1 กำมือ เอามาบดอย่างถี่ถ้วน แล้วนำมาพอกรอบๆที่เป็นฝี หรือแนวทางที่สองจะนำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆใส่น้ำให้ท่วมแล้วต้มในน้ำเดือดทิ้งไว้ 10 นาที แล้วนำมาดื่มก่อนรับประทานอาหารครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง ราวๆ 2-3 อาทิตย์ หรือจะใช้เม็ดนำมาคั่วให้ไหม้เกรียมแล้วป่นอย่างถี่ถ้วน ชงกับน้ำกินเป็นยาแก้ฝีก็ได้ (ต้น, ใบ, เม็ด)
เมล็ดใช้ปิดพอกฝี (เม็ด)
ผลมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์ช่วยทำลายพิษ (ผล, ต้น)
ใบสดนำมาตำให้ละเอียด สามารถใช้พอกบริเวณแผลที่ถูกงูกัดได้ (ใบ)
ช่วยแก้ผิวแตกทั้งตัว ด้วยการใช้ต้นของเหงือกปลาหมอ1 ส่วน / ดีปลี 1 ส่วน ใช้ผสมกันบดให้เป็นผุยผงชงกับน้ำร้อนดื่มแก้อาการ (ต้น)
ต้น ถ้าเกิดนำมาใช้จะช่วยแก้โรคเหน็บชา อาการชาหมดทั้งตัวได้ (ต้น)
รากมีสรรพคุณช่วยแก้อัมพาต (ราก)
แก้ลักษณะของการเจ็บหลังเจ็บเอว ด้วยการใช้ต้นกับชะเอมเทศนำมาบดเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนกิน (ต้น)
ใบใช้เป็นยาประคบปรับปรุงแก้ไขข้ออักเสบและก็แก้อาการปวดต่างๆ(ใบ)
ช่วยทำนุบำรุงรากผม ด้วยการใช้น้ำคั้นจากใบนำมาทาให้ทั่วหัว จะช่วยบำรุงรักษารากผมได้ (ใบ) http://www.disthai.com/

6

เหงือกปลาหมอ
รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากเกลื้อน
ชื่ออื่น : แก้มแพทย์ แก้มแพทย์เล จะเกร็ง นางเกร็ง อีเกร็ง เหงือกปลาหมอน้ำเงิน
ในหนังสือเรียนยาไทยพูดว่า เหงือกปลาหมอสามารถแก้โรคผิวหนังได้ทุกประเภท
ในเมื่อเหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์เด่นแก้น้ำเหลืองเสียได้ โรคผิวหนังต่างๆแม้กระทั้ง โรคอีสุกอีใส ที่เกิดจากเชื้อไวรัสก็จะบรรเทาเบาบางลง
สมุนไพร เหงือกปลาแพทย์เป็นไม้พุ่มที่มีขนาดกลางสูงราวๆ 1-2 เมตร ส่วนของลำต้นและก็ใบจะมีหนามมีหนาม ใบหนามแข็งรวมทั้งมีขอบเว้าหนามแหลมใบออกเป็นคู้ตรงกันข้ามกัน ส่วนของดอกจะออกเป็นช่อตามยอด กลีบดอกจะมีสีขาอมม่วง มี 4 กลีบแยกจากกันผลเป็นฝักสีน้ำตาล มี เม็ด จะสามารถพบได้ทั่วไปตามชายน้ำ ริมฝั่งคลองรอบๆปากแม่น้ำ
ในกรณีโรคผิวหนังพุพองจากเชื้อไวรัสเอดส์ แม้ว่าจะรุนแรงกว่าโรคผิวหนังทั่วๆไป แต่เมื่อใช้เหงือกปลาหมอเป็นยากินแล้วก็ต้มน้ำอาบต่อเนื่องกันเป็นเวลานานกว่า 3 เดือนขึ้นไป แผลพุพอง ก็จะลดน้อยลงลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับคนป่วยโรคผิวหนังด้วย
แนวทางปรุงยารวมทั้งวิธีการใช้ยาก็มีหลายแนวทางเป็น
วิธีต้มยากินและอาบ
เอาเหงือกปลาแพทย์สดหรือแห้งสับเป็นท่อนเล็กๆใส่เต็มขันขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำ 4 ขัน ต้มยาให้เดือดนาน 10 นาที ตักน้ำยาขึ้นมา 1 แก้ว แบ่งไว้สำหรับดื่มรับประทานขณะอุ่นๆครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก่อนที่จะกินอาหาร
ส่วนน้ำยาที่แบ่งไว้อาบนั้น จำเป็นต้องใช้อาบขณะน้ำยายังอุ่นอยู่ ก่อนอาบน้ำจำต้องชำระล้างร่างกายด้วยสบู่ให้สะอาดเสียก่อน เมื่ออาบน้ำยาแล้ว ไม่ต้องอาบน้ำปกติตามอีก อาบน้ำยาวันละ 2 ครั้ง รุ่งเช้า-เย็นทีละ 3-4 ขัน แม้กระนั้นถ้าเกิดมีเหงือกปลาแพทย์เยอะๆ บางทีอาจจะต้มยาเพื่อเป็นการแช่ทั้งตัวในอ่างก็ยิ่งดี
กระบวนการทำเป็นยาลูกกลอน
นำเหงือกปลาหมอ 5 ทีตากแห้งมาบดเป็นผงละเอียด 2 ส่วน ผสมน้ำผึ้งแท้ 1 ส่วน ปั้นเป็นเม็ดลูกกลอนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม. คนแก่กินครั้งละ 2 เม็ด เด็กบางทีก็อาจจะกินทีละ 1 เม็ดหรือครึ่งเม็ดตามขนาดอายุแล้วก็น้ำหนัก รับประทานวันละ 2 ครั้ง ก่อนที่จะรับประทานอาหาร เช้าตรู่-เย็น กินไปเรื่อยๆจนกว่าจะหาย แต่ว่าถ้าเป็นโรคผิวหนังจากภูมิต้านทานขาดตกบกพร่องก็ต้องรับประทานตลอดกาล

วิธีทำเป็นแคปซูล
นำผงเหงือกปลาหมอที่ผ่านการเหินเป็นผงละเอียดเหมือนแป้งใส่แคปซูลขนาด 250 มก. ผู้ใหญ่กินทีละ 2 แคปซูลวันละ 2-3 เวลาก่อนรับประทานอาหาร เด็กลดน้อยลงตามส่วน
เหงือกปลาแพทย์มีคุณประโยชน์มากไม่น้อยเลยทีเดียว ได้แก่
-ราก มีคุณประโยชน์สำหรับในการแก้โรคหืด อัมพาต แก้ไอ และใช้ขับเสมหะ
-ต้น มีสรรพคุณรักษาโรคหลากหลายประเภท โดยใช้ต้นตำผสมน้ำรักษาวัณโรค อาการซูบซีด ถ้าหากใช้ทาก็ช่วยแก้โรคเหน็บชาได้
-ลำต้น ไปผสมกับสมุนไพรอื่นๆก็จะได้สรรพคุณทางยาต่างกันออกไปอีก
-ต้นรวมรากต้มอาบแก้พิษไข้หัวลม แก้โรคผิวหนังทุกชนิด
-ต้นสดตำพอกปิดหัวฝีแผลเรื้อรังถอนพิษ ต้มรับประทานแก้พิษไข้ทรพิษ ฝีทั้งมวล ผลรับประทานเป็นยาขับเลือดประจำเดือน นอกเหนือจากนี้ หากตาเจ็บ ตาแดง เอา
"เหงือกปลาหมอ" ต้นตำกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาหาย เป็นเหน็บชา ชาทั้งตัว
- ทั้งยังต้นตำทาบริเวณที่เป็นจะดียิ่งขึ้น
- ตำเอาน้ำดื่มกากพอก งูกัด
- ต้นกับขมิ้นอ้อยตำทาป็นฝีฟกบวม เป็นริดสีดวงทวาร
- ต้นตำกับขิงรับประทาน โรคเรื้อน คุดทะราด เจ็บป่วยจับสั่น
- ทั้งต้นตำใบส้มป่อยต้มดื่ม เจ็บข้างหลัง เจ็บเอว
- "เหงือกปลาหมอ" กับชะเอมเทศตำผงละลายน้ำผึ้งปั้นเป็นก้อนรับประทาน ริดสีดวงแห้ง
ในท้อง ผอมบางเหลืองทั้งตัว รับประทานทุกๆวัน
- "เหงือกปลาหมอ" กับเปลือกมะรุมเสมอกันใส่หม้อ เกลือนิดนึง หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ ใช้ฟืน 30 แท่ง ต้มกับน้ำกระทั่งเดือดให้งวดก็เลยยกลง กลั้นหายใจกินขณะอุ่นจนถึงหมด เป็นริดสีดวง มือตายตีนตาย ร้อนหมดทั้งตัว วิงเวียน ตามัว เจ็บระบมทั้งตัว ตัวแห้ง จะหายได้
- "เหงือกปลาแพทย์" อีกทั้ง 5 รวมราก กับ ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ปริมาณเท่ากัน กะตามอยากได้ ต้มกับน้ำกระทั่งเดือดดื่มขณะอุ่นครั้งละ 1 แก้ว 3 เวลา เช้า ช่วงเวลากลางวัน เย็น ต้มดื่มปอดเริ่มมีปัญหาเป็นฝ้าจะอาการดีขึ้น ไปให้แพทย์เอกซเรย์ปอดไม่เป็นฝ้าอีกหยุดต้มกินได้เลย แล้วก็ต้องระมัดระวังอย่าให้เป็นอีก
ยาอายุวรรฒนะ
- "เหงือกปลาแพทย์" 2 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้งปั้นรับประทานทุกวัน
กินได้ 1 เดือน ไม่มีโรค สติปัญญาดี
กินได้ 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึง
กินได้ 3 เดือน โรคริดสีดวงทุกประเภทหาย
กินได้ 4 เดือน แก้ลม 12 จำพวก หูไว
กินได้ 5 เดือน หมดโรค
กินได้ 6 เดือน เดินไม่รู้จักเหนื่อย
กินได้ 7 เดือน ผิวงาม
กินได้ 8 เดือน เสียงเพราะ
กินได้ 9 เดือน หนังเหนียว
-"เหงือกปลาหมอ" 1 ส่วน ดีปลี 1 ส่วน ทำผงชงรับประทานกับน้ำร้อนถ้าหากผิวแตกทั้งตัวหายได้ ทั้งผองที่บอกเป็นตำรายาโบราณ ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่ดูหมิ่น รู้ไว้เป็นวิชา http://www.disthai.com/

7

เหงือกปลาหมอ
เหงือกปลาหมอ ชื่อสามัญ Sea holly, Thistleplike plant
เหงือกปลาหมอ ชื่อวิทยาศาสตร์ Acanthus ebracteatus Vahl (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Acanthus ilicifolius Lour., Acanthus ilicifolius var. ebracteatus (Vahl) Benoist, Dilivaria ebracteata (Vahl) Pers.) จัดอยู่ในตระกูลเหงือกปลาหมอ(ACANTHACEAE)
สมุนไพรเหงือกปลาหมอ มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า แก้มหมอ (จังหวัดสตูล), แก้มหมอเล (กระบี่), อีเกร็ง (ภาคกึ่งกลาง), นางเกร็ง จะเกร็ง เหงือกปลาหมอน้ำเงิน เป็นต้น
เหงือกปลาหมอมีอยู่ร่วมกัน 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ที่เป็นดอกสีม่วง (Acanthus ilicifolius L.) ที่พบได้มากทางภาคใต้ และก็จำพวกที่เป็นดอกสีขาว (Acanthus ebracteatus Vahl) ที่พบได้มากทางภาคกึ่งกลางแล้วก็ภาคทิศตะวันออก และเป็นพรรณไม้ที่ขึ้นชื่อลือนามของจังหวัดสมุทรปราการ
เหงือกปลาแพทย์ สมุนไพรใกล้ตัวหรือบางครั้งก็อาจจะเรียกว่าเป็นสมุนไพรชายน้ำหรือชายเลนก็ได้ สามารถนำคุณประโยชน์ทางยามาใช้ในการรักษาโรคได้หลายอย่าง ที่โดดเด่นมากมายก็คือการนำมารักษาโรคผิวหนังได้เกือบทุกประเภท แก้น้ำเหลืองเสีย และการนำมาใช้รักษาริดสีดวงทวาร ฯลฯ โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรก็ได้แก่ ส่วนลำต้นทั้งสดและก็แห้ง ใบทั้งสดแล้วก็แห้ง ราก เมล็ด และก็อีกทั้งต้น (ส่วนทั้งยัง 5 ประกอบไปด้วย ต้น ราก ใบ ผล เมล็ด)
รูปแบบของเหงือกปลาหมอ
ต้นเหงือกปลาหมอ เป็นไม้พุ่มขนาดกึ่งกลาง มีความสูงราว 1-2 เมตร ลำต้นแข็ง มีหนามอยู่ตามข้อของลำต้น ข้อละ 4 หนาม ลำต้นกลม กลวง ตั้งชัน มีสีขาวอมเขียว ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1.5 เซนติเมตร แพร่พันธุ์ด้วยแนวทางเพาะเม็ดและการใช้กิ่งปักชำ เป็นพรรณไม้ที่มักขึ้นกลางแจ้ง เติบโตก้าวหน้าในที่ร่มรวมทั้งในที่ที่มีความชุ่มชื้นสูง ชอบขึ้นตามชายน้ำหรือรอบๆริมฝั่งคลองบริเวณปากแม่น้ำ อาทิเช่น รอบๆริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกเหนือปากคลองมหาวงก์ และก็ที่โรงเรียนนายเรือ เป็นต้น
ต้นเหงือกปลาหมอ
ใบเหงือกปลาหมอ ใบเป็นใบโดดเดี่ยว รูปแบบของใบมีหนามคมอยู่ริมขอบใบแล้วก็ปลายใบ ขอบใบเว้าเป็นระยะๆผิวใบเรียบเป็นมันลื่น แผ่นใบสีเขียว เส้นใบสีขาว มีเหลือบสีขาวเป็นแนวก้างปลา เนื้อใบแข็งและก็เหนียว ใบกว้างราวๆ 4-7 เซนติเมตร และยาวโดยประมาณ 10-20 ซม. ใบจะออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ก้านใบสั้น
ใบเหงือกปลาหมอ
ดอกเหงือกปลาหมอ ออกดอกเป็นช่อตั้งตามปลายยอด ยาวโดยประมาณ 4-6 นิ้ว ดอกมีพันธุ์ดอกสีม่วง (หรือสีฟ้า) และก็ประเภทดอกสีขาว ที่ดอกมีกลีบรองดอกมี 4 กลีบ กลีบแยกจากกัน รอบๆกลางดอกจะมีเกสรตัวผู้และก็เกสรตัวเมียอยู่
ดอกเหงือกปลาหมอ
สมุนไพรเหงือกปลาหมอ
ผลเหงือกปลาหมอ รูปแบบของผลเป็นฝักสีน้ำตาล รูปแบบของฝักเป็นทรงกระบอก รูปไข่ หรือกลมรี ยาวโดยประมาณ 2-3 เซนติเมตร เปลือกฝักมีสีน้ำตาล ปลายฝักป้าน ด้านในฝักมีเม็ด 4 เม็ด
คุณประโยชน์ของเหงือกปลาหมอ
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้อายุยืน ร่างกายแข็งแรง เลือดลมไหลเวียนดี เส้นโลหิตไม่อุดตัน บำรุงผิวพรรณ ด้วยการใช้ทั้งต้นเหงือกปลาหมอนำมาตำผสมกับพริกไทยในอัตราส่วน 2:1 แล้วคละเคล้าผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยาลูกกลอน ว่ากันว่าถ้ากินต่อเนื่องกัน 1 เดือน จะก่อให้ปัญญาดี ไม่มีโรค / 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึง / 3 เดือน ทำให้ริดสีดวงหาย / 4 เดือน ช่วยแก้ลม 12 พวก หูไว / 5 เดือน หมดโรค / 6 เดือน ทำให้เดินไม่รู้จักอ่อนแรง / 7 เดือนผิวสวย / 8 เดือน เสียงไพเราะเพราะพริ้ง / 9 เดือน หนังเหนียว (ทั้งต้น, ราก)
เหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาประสาท (ราก)
ช่วยรักษาอาการธาตุแตกต่างจากปกติ (ต้น)
ช่วยทำให้เลือดลมเป็นปกติ (ต้น)เหงือกปลาหมอขาว
ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ทั้งยังต้น)
ช่วยแก้โรคกระษัย อาการผ่ายผอมเหลืองหมดทั้งตัว ด้วยการใช้ต้นของเหงือกปลาหมอนำมาตำเป็นผุยผงกินทุกวัน (ต้น)
ช่วยแก้อาการร้อนตลอดตัว เจ็บระบบทั้งตัว ตัวแห้ง เวียนหัว หน้ามืดตามัว มือตายตีนตาย ด้วยการใช้ทั้งยังต้นของเหงือกปลาหมอแล้วก็เปลือกมะรุมอย่างละเท่ากัน ใส่หม้อต้มผสมกับเกลือเล็กน้อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ แล้วก็ใช้ฟืน 30 ท่อน ต้มกับน้ำเดือดจนงวดแล้วชูลง เมื่อเสร็จให้กลั้นใจรับประทานขณะอุ่นๆจนหมด อาการก็จะ (ทั้งต้น)ช่วยยับยั้งโรคมะเร็ง ต้านโรคมะเร็ง (ทั้งยังต้น)
ช่วยรักษาอาการปอดอักเสบ ด้วยการใช้เหงือกปลาหมอทั้งต้นรวมทั้งอาหารมื้อเย็นเหนือ อาหารเย็นใต้ในรูปร่างที่เท่ากัน เอามาต้มกับน้ำจนเดือดแล้วนำมาดื่มในขณะอุ่นๆครั้งละ 1 แก้ว เช้าตรู่ ช่วงเวลากลางวัน เย็น อาการจะดีขึ้น (ทั้งยังต้น)
รักษาปอดบวม ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ใบ)
ต้นมีรสเค็มกร่อย สรรพคุณช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ต้น)
รากช่วยแก้แล้วก็ทุเลาอาการไอ หรือจะใช้เม็ดนำมาต้มดื่มแก้อาการไอก็ได้ด้วยเหมือนกัน (ราก, เม็ด)
ช่วยแก้หืดหอบ (ราก)
ช่วยรักษาวัณโรค ด้วยการใช้ต้นเอามาตำผสมเป็นน้ำดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้ลักษณะของการเจ็บตา ตาแดง ด้วยการใช้เหงือกปลาหมอต้นนำมาตำผสมกับขิง คั้นเอาแต่น้ำใช้หยอดตาแก้อาการ (ทั้งยังต้น)
ใบช่วยแก้ไข้ (ใบ)
ช่วยแก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้ทั้งต้นเหงือกปลาหมอมาตำผสมกับขิง (อีกทั้งต้น)
ช่วยแก้พิษไข้หัว ด้วยการใช้ทั้งต้นรวมถึงรากนำมาต้มอาบแก้อาการ (ต้น)
แก้อาการไอ เมล็ดใช้ผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด เอามาต้มรวมกันแล้วมัวแต่น้ำมากินเป็นยาแก้ไอ (เม็ด)
ช่วยขับเสมหะ (ราก)
ถ้าเกิดเป็นลมเป็นแล้ง ให้ใช้ต้นเหงือกปลาหมอ 1 ส่วน / พริกไทย 2 ส่วน ผสมรวมกัน ตำอย่างรอบคอบเป็นผุยผงแล้วเอามาละลายน้ำร้อนดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้โรคกระเพาะ ด้วยการใช้อีกทั้งต้นและพริกไทย (10:5 ส่วน) ตำผสมปั้นเป็นยาลูกกลอน (ทั้งต้น)

ช่วยขับพยาธิ (เมล็ด)
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อย เอามาตำละลายกับน้ำแล้วทาบริเวณที่เป็นริดสีดวง หรือจะใช้ปรุงกับฟ้าทะลายขโมย ใช้รมหัวริดสีดวงก็ได้ (ต้น, ใบ)
ช่วยขับเยี่ยว ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
ช่วยรักษามุตกิดระดูขาว ตกขาวของสตรี ด้วยการใช้ใบและก็ต้นนำมาตำเป็นผุยผง ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำมันมันงา ปั้นเป็นยาลูกกลอนกินแก้อาการ (ต้น, ใบ, ราก)
ช่วยแก้รอบเดือนมาไม่ปกติของสตรี ด้วยการใช้ต้นเอามาตำผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมันงา (อีกทั้งต้น)
ช่วยรักษานิ่วในไต ด้วยการใช้ใบนำมาต้มเป็นน้ำดื่ม (ใบ)
ช่วยแก้ไตทุพพลภาพ ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
ผลช่วยขับโลหิต หรือจะใช้เมล็ดผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด นำมาต้มรวมกันแล้วมัวแต่น้ำมากิน หรือใช้ต้น 10 ส่วนรวมทั้งพริกไทย 5 ส่วน ผสมทำเป็นยาลูกกลอนกินก็ได้ (เม็ด, ผล, ทั้งต้น)
ช่วยฟอกเลือด ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
แก้พิษเลือด ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (เปลือกต้น)
ช่วยสมานแผล ด้วยการใช้ทั้งยังต้นนำมาตำผสมกับหัวสามสิบ ในอัตราส่วน 2:1 (อีกทั้งต้น)
ต้นเหงือกปลาหมอมีสรรพคุณช่วยรักษาแผลพุพอง (ต้น)
ใบมีรสเค็มกร่อย สรรพคุณช่วยรักษาแผลอักเสบ (ใบ)
ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย ด้วยการใช้ต้น 3-4 ต้น เอามาหั่นเป็นชิ้น แล้วต้มน้ำอาบแก้อาการ (ต้น, ใบ, เม็ด)
สำหรับผู้เจ็บป่วยโรคภูมิคุมกันบกพร่องที่มีแผลพุพองตามผิวหนัง หากใช้ต้นมาต้มอาบและก็ทำเป็นยากินติดต่อกันราว 3 เดือนจะช่วยให้อาการของแผลพุพองบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด (ต้น)
ช่วยรักษาโรคผิวหนังหรือประป่าดง รักษาขี้กลากเกลื้อน อีสุกอีใส (ใบ)
ช่วยรักษาโรคโรคเรื้อน โรคกุฏฐัง ด้วยการใช้อีกทั้งต้นนำมาตำมัวแต่น้ำดื่ม (อีกทั้งต้น)
ช่วยแก้ผดผื่นคันตามร่างกาย ใช้ล้างแผลเรื้อรัง ด้วยการใช้ต้นสดและใบสดล้างสะอาดประมาณ 3-4 กำมือ นำมาสับแล้วต้มกับน้ำอาบแก้ผื่นคันติดต่อกัน 3-4 ครั้ง (ต้น, ใบ)
เหงือกปลาหมอมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้ผื่นคัน (ต้น)
รากสดเอามาต้มเอาแต่น้ำ ใช้ดื่มเป็นยารักษาโรคงูสวัดได้ (ราก)
ช่วยรักษาฝี ฝีเรื้อรัง แผลฝีหนอง โรคฝีดาษ ตัดรากฝี แก้พิษฝีทุกชนิดภายในภายนอก ด้วยการใช้ต้นและใบสดและก็แห้งโดยประมาณ 1 กำมือ นำมาบดอย่างรอบคอบ แล้วนำมาพอกรอบๆที่เป็นฝี หรือแนวทางที่สองจะนำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆใส่น้ำให้ท่วมแล้วต้มในน้ำเดือดทิ้งไว้ 10 นาที แล้วเอามาดื่มก่อนที่จะรับประทานอาหารครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง ราวๆ 2-3 อาทิตย์ หรือจะใช้เมล็ดนำมาคั่วให้ไหม้เกรียมแล้วป่นอย่างละเอียด ชงกับน้ำกินเป็นยาแก้ฝีก็ได้ (ต้น, ใบ, เม็ด)
เมล็ดใช้ปิดพอกฝี (เมล็ด)
ผลมีรสเผ็ดร้อน สรรพคุณช่วยถอนพิษ (ผล, ต้น)
ใบสดเอามาตำอย่างรอบคอบ สามารถใช้พอกรอบๆแผลที่ถูกงูกัดได้ (ใบ)
ช่วยแก้ผิวแตกหมดทั้งตัว ด้วยการใช้ทั้งต้นของเหงือกปลาหมอ 1 ส่วน / ดีปลี 1 ส่วน ใช้ผสมกันบดให้เป็นผุยผงชงกับน้ำร้อนดื่มแก้อาการ (ทั้งยังต้น)
ต้น ถ้าหากนำมาใช้จะช่วยแก้โรคเหน็บชา อาการชาหมดทั้งตัวได้ (ต้น)
รากมีสรรพคุณช่วยแก้อัมพาต (ราก)
แก้ลักษณะการเจ็บหลังเจ็บเอว ด้วยการใช้ต้นกับชะเอมเทศเอามาบดเป็นผุยผง ผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทาน (ต้น)
ใบใช้เป็นยาประคบปรับแต่งข้ออักเสบแล้วก็แก้อาการปวดต่างๆ(ใบ)
ช่วยบำรุงรักษารากผม ด้วยการใช้น้ำคั้นจากใบนำมาทาให้ทั่วหัว จะช่วยทำนุบำรุงรากผมได้ (ใบ)
ประโยชน์ที่ได้รับมาจากเหงือกปลาหมอ
ในตอนนี้สมุนไพรเหงือกปลาหมอมีการนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นยาแคปซูลสมุนไพร (เหงือกปลาหมอแคปซูล) หรือเป็นยาชงสมุนไพร (เหงือกปลาหมอผงสำเร็จรูป) หรือในลักษณะของยาเม็ด
นอกจากการใช้เป็นยาสมุนไพรที่ใช้สำหรับในการอบตัวหรืออบด้วยละอองน้ำ สมุนไพรเหงือกปลาหมอยังใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น สบู่ สินค้าที่ใช้เพื่อการเปลี่ยนสีผม ตราบจนกระทั่งแชมพูของสุนัข เป็นต้น
แหล่งอ้างอิง
: เว็บสำนักงานแผนการรักษาพันธุกรรมพืชสาเหตุจากความคิด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ ม.อบ., หนังสือพิมพ์บ้านเรือน (ชำนิชำนาญ หิมะคุณ), หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 4, ฐานข้อมูลพืชพันธุ์ไม้ องค์การส่วนพฤกษศาสตร์, ที่ทำการกองทุนช่วยเหลือการผลิตเสริมสุขภาพ (สสส.), หนังสือยอดสมุนไพรยาอายุวัฒนะ (คุณครูยุวดี จอมพิทักษ์), หนังสือการบริหารร่างกายแกว่งแขน (โชคชัย ปัญจทรัพย์สมบัติ) http://www.disthai.com/

8

สมุนไพรรากสามสิบ
สมุนไพร รากสามสิบแคปซูล รากสามสิบ แบบล้วน  สรรพคุณและก็ผลดี ข้อที่ไม่อนุญาต ผลข้างเคียงจากรากสามสิบ สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องกระชับช่องคลอด
อยู่เช่นไรให้ชีวิต Sex ดียิ่งขึ้น กระชับช่องคลอด เพิ่มน้ำหล่อลื่น ทำให้กระชับ (รีแพร์) แบบผู้หญิง ทำให้ช่องคลอดไม่แห้ง มีความชื้น และ เป็นสุขทางเพศ รักษาสภาวะเมนส์แตกต่างจากปรกติ ปวดระดู มีลูกยาก ตกขาว หมดอารมณ์ทางเพศ  กามตายด้าน บำรุงนม บำรุงครรภ์ คุ้มครองแท้ง แพงส่ง และก็ ราคาถูก ยี่ห้อ รีวิวมาก กว่า 8 ปี
สมุนไพรเน้น กระชับ ช่องคลอด ตกขาว ระดู อารมณ์เพศปรวนแปร ไร้สมรรถภาพทางเพศสตรี รากสามสิบ ราชินีสมุนไพรชีวิตของการการมีคู่ครอง  ดูแลปัญหาระบบข้างในช่องคลอดไม่กระชับและมีปัญหาชีวิตครอบครัวบนเตียงมีเหม็นอับ ไม่พึ่งตั้งใจตกขาวมดลูกต่ำ สตรีวัยทอง ดูแลปัญหารอบเดือนมาไม่ดีเหมือนปกติ
สมุนไพร รากสามสิบ แคปซูล กระชับช่องคลอด
ปัญหาลับๆเป็นต้นว่า ช่องคลอดหย่อนยานไม่กระชับ ปวดท้องเวลามีเมนส์ ระดูไม่ตามเวลา คือปัญหาต่างๆที่รบกวนจิตใจของสตรีกว่า 98% รวมทั้ง ทรวงอกเล็กแบบ หย่อนยาน หน้าท้องป่อง หรือปัญหาพวกนี้มีสาเหตุจากการขาดสมดุลในฮอร์โมน ชี้แนะ กวาวเครือขาว และ รากสามสิบ ซื้อ กวาวเครือขาว และก็ รากสามสิบ
รากสามสิบ กระชับช่องคลอด
สรรพคุณ คุณประโยชน์ รวมทั้ง ข้อบังคับ ผลกระทบ
สมุนไพรไทย รากสามสิบแบบแคปซูล กระชับสำหรับสตรี  ไม่ว่าจะเป็นอันมากเสือโคร่ง โด่งไม่รู้ล้ม สาวน้อยตกเตียง จนถึงมาถึงรากสามสิบหรือต้นสาวร้อยสามีนี้แหละ ต่างคนต่างงง ว่ามันเป็นอย่างไร สรรพคุณ ทำให้กลับมาเป็น ใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี สาว(female rejuvention) กระชับช่องคลอด รักษาภาวการณ์เมนส์มาไม่ปกติ ปวดเมนส์ ภาวะมีบุตรยาก ตกขาว อารมณ์ทางเพศถดถอย  ภาวะหมดระดู บำรุงน้ำนม บำรุงครรภ์ คุ้มครองป้องกันการแท้ง นอกจากนี้ยังคงใช้เป็นยาบำรุงกำหนัดในผู้ชายได้ด้วยครับผม  นอกเหนือจากนี้ยังมีการนำมาใช้เป็นยาแก้ไอ ยาแก้โรคกระเพาะ แก้ไข้ แก้อักเสบ ได้เช่นกัน เป็นสมุนไพรที่มีการออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน 
ต้น รากสามสิบ แคปซูล หมอยาในแต่ก่อนจะเรียกกันว่า"สาวร้อยผัว" ส่วนใหญ่ใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ทำให้มีแรง แคล่วคล่องว่องไว ไม่แก่ ราวกับๆสาวสองพันปี
ในตำราอายุรเวทใช้สมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับเป็นยาบำรุงในผู้หญิง สำหรับการทำให้สตรีกลับมาเป็นสาว (female rejuvenation) ยิ่งกว่านั้น ยังช่วยแก้ไขปัญหาอื่นๆของหญิง ยกตัวอย่างเช่น ภาวการณ์ประจำเดือนแตกต่างจากปกติ ปวดรอบเดือน ภาวะมีลูกยาก ตกขาว ภาวการณ์ไม่มีอารมณ์ทางเพศ สภาวะหมดประจำเดือน (menopause) บำรุงนม บำรุงครรภ์ ปกป้องการแท้ง (habitual abortion)

สมุนไพรรักษาโรค รากสามสิบ กระชับด้านในสตรี ชุดกระชับแบบสาวรุ่น
" รากสามสิบ " เป็นสมุนไพรประเภทหนึ่งที่มีการศึกษาค้นคว้ากันเยอะพอควร ในด้านการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยในห้องทดลองเจอฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา คือ ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียแล้วก็เชื้อรา คลายกล้ามของมดลูก บำรุงหัวใจ แก้การอักเสบ แก้ปวด มีฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยับยั้งโรคเบาหวาน เป็นพิษต่อเซลล์ของมะเร็ง กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ ลดระดับไขมันในเลือด คุ้มครองกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นมาจากความดันโลหิตสูง ขับน้ำนม ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหารยั้งพิษต่อตับ
ในแบบเรียนอายุรเวทใช้ รากสามสิบ เป็นสมุนไพรหลักสำหรับ บำรุงในหญิง  สำหรับเพื่อการ ทำให้หญิงกลับมาเป็นสาว นอกเหนือจากนั้นยังช่วยจัดการกับปัญหาอื่นๆของสตรียกตัวอย่างเช่น ภาวการณ์รอบเดือนเปลี่ยนไปจากปกติ ปวดรอบเดือน ภาวการณ์มีบุตรยาก ตกขาว ภาวะอารมณ์ทางเพศถดถอย ภาวการณ์หมดรอบเดือน สมุนไพรรักษาโรค รากสามสิบ แคปซูล กระชับช่องคลอด อาการตกขาว ปจด.เพิ่มอารมณ์เพศ
#รากสามสิบ ถือเป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์มากมายสำหรับเพศหญิงช่วยสำหรับการสร้างสมดุล แก่ระบบฮอร์โมนผู้หญิงจาก #รากสามสิบแคปซูล
เป็นสมุนไพรที่มีคุณลักษณะหลัก ในทางเภสัชมีการชี้แนะว่าพืชที่ให้ เอสโตรเจน เป็นผลดีกว่าการใช้ตัวยาปรับสมดุลฮอร์โมน เนื่องด้วยไม่มีผลข้างๆในทางลบ "ราชินีที่สมุนไพร"
เหตุผลที่ ผู้หญิงนิยมใช้ รากสามสิบ กล้วยๆคือ ทานแล้วได้ผล
1 ช่วยกระชับช่องคลอด  ทำให้แฟนไม่เบื่อ แทบไม่เคยทราบเลยว่าพวกเราเคยมาก่อนรึไม่  เสมือนเป็นครั้งแรกของพวกเรา
2 ช่วยฆ่าเชื้อโรคในช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดสะอาด ไม่เป็นกังวลเรื่อง กลิ่นอับ อีกต่อไป
3 เป็นสมุนไพรธรรมชาติ ไม่ใช่สารเคมี ไม่หลงเหลือ ไม่มีผลเสียในระยะยาว
4 ราคาไม่แพง เพราะเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกได้ในประเทศไทย ภูมิปัญญาไทยๆไม่เสียค่านำเข้าใดๆก็ตาม
 ขนาดกิน
4 ขวด เริ่มกระชับ สุขสบาย
6 กระชับแบบสาวน้อย สุขสบายแน่นอน
12 ผลสรุปนาน แล้วก็ ได้ผลเกือบจะถาวร (รายบุคคล)
รากสามสิบ แคปซูล
ชุดนี้แถม ผสม ฮี่ยุ่มหรือหญ้ารีแพร์ 1 ต่อ 1 กับ รากสามสิบ
รากสามสิบ "  เป็น สมุนไพรที่คนไทยและก็ชาวเอเชียใช้กันมาช้านานแล้ว  คนจำนวนมากรู้จักในชื่อ เรียกนานับประการในแต่ละภาค ชื่อในภาคกลางหรือคนทั่วๆไปเรียกขานว่า "รากสามสิบ" หรือ "สามร้อยราก"นั่นเอง หมอยาโบราณจำนวนมากจะรู้ว่าสาวร้อยผัวเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี จึงให้ชื่อว่า "สาวร้อยผัว" ชื่อนี้หมายคือไม่ว่า สาวใดจะอายุเท่าไรก็ยังสามารถมีลูกมีสามีได้(ไม่ได้คือสาวใจแตก)  ความหมายคล้ายๆสาวสองพันปีที่ยังสาวเสมอนั่นเอง และเป็นที่น่าประหลาดใจว่าในอินเดียก็เรียกสมุนไพรจำพวกนี้คล้ายกับเมืองไทย โดยในภาษาสันสกฤต เรียกว่า ศตวารี (Shtavari) แสดงว่า ต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก หรือบางแบบเรียนบอกว่าหมายถึงผู้หญิงที่มีร้อยผัว "Satavari" http://www.disthai.com/

9
อื่นๆ / ความเป็นมาของต้นราชพฤกษ์
« เมื่อ: สิงหาคม 15, 2018, 12:52:58 PM »

ราชพฤกษ์
ความเป็นมาของต้นราชพฤกษ์
   จากอดีตก่อนหน้านี้ที่ผ่านมากว่า 50 ปี ทางด้านราชการมีความมานะบากบั่นบ่อยสำหรับในการกำหนดให้มีสัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยเฉพาะการกำหนด ต้นไม้ แล้วก็ ดอกไม้ ประจำชาติ เริ่มที่กรมป่าไม้ได้เชิญชวนให้ประชาชนสนใจต้นราชพฤกษ์หรือคูณมาตั้งแต่ตอนปี พ.ศ.2494 โดยรัฐบาลมีมติให้ถือวันที่ 24 เดือนมิถุนายน เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ (arbour day) มีการชวนให้ปลูกต้นไม้ที่มีคุณประโยชน์ประเภทต่างๆมากไม่น้อยเลยทีเดียว ในขณะเดียวกันก็ได้มีการเสนอว่า ต้นราชพฤกษ์ น่าจะถือเป็นต้นไม้ประจำชาติ
ราชพฤกษ์
   จนกระทั่งในปี พ.ศ.2506 มีการประชุมเพื่อระบุเครื่องหมายต้นไม้แล้วก็สัตว์ประจำชาติเป็นครั้งแรก โดยกรมป่าไม้ได้เสนอให้ ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูณ พืชที่มีความมงคลที่มีสาระแล้วก็รู้จักกันอย่างล้นหลามฯลฯไม้ประจำชาติ สำหรับสัตว์ประจำชาติก็คือ ช้างเผือก สัตว์ที่มีคุณค่าเกี่ยวเนื่องกับจารีตไทยแล้วก็ประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน การเสนอครั้งนั้นมิได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะฉะนั้นตลอดระยะเวลาก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยจึงมีนานัปการ ตั้งแต่สถานที่สำคัญๆ สัตว์ ดอกไม้ ที่ชาวไทยรู้จักและก็พบเจอหลายครั้ง เช่น พระปรางค์วัดอรุณฯ เรือสุพรรณหงส์ ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกพุทธรักษา แมวไทย เหมือนกับ ต้นราชพฤกษ์ รวมทั้ง ช้างเผือก ยังคงถูกยกย่องให้เป็นเครื่องหมายประจำชาติตลอดมา
            ปี พ.ศ.2530 มีการสนับสนุนให้ปลูกต้นราชพฤกษ์อีกที เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยมีการสนับสนุนให้ปลูกต้นราชพฤกษ์ทั่วประเทศจำนวน 99,999 ต้น ทุกๆวันนี้ก็เลยมีต้นราชพฤกษ์อยู่มากมายทั้งประเทศไทย
            ข้อสรุปเรื่องสัญลักษณ์ประจำชาติดูเหมือนจะยังกำกวม กระทั่งช่วงปี พุทธศักราช2544 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ได้นำเรื่องดังที่กล่าวมาแล้วกลับมาเสนออีกครั้ง รวมทั้งมีบทสรุปเสนอให้มีการกำหนดสัญลักษณ์ประจำชาติ 3 สิ่งเป็น ดอกไม้ สัตว์รวมทั้งสถาปัตยกรรม และการใคร่ครวญก่อนหน้าที่ผ่านมาเสนอให้กำหนดดอกไม้ประจำชาติเป็น ดอกราชพฤกษ์ สัตว์ประจำชาติ คือ ช้างไทย รวมทั้งสถาปัตยกรรมประจำชาติคือ ศาลาไทย
            เหตุที่เลือก ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติเพราะเหตุว่ามีความเหมาะสมในหลายๆด้านหมายถึงเป็นดอกไม้จากต้นไม้ที่ถูกเสนอให้เป็นต้นไม้ประจำชาติเมื่อครั้งที่กรมป่าไม้เสนอไว้ เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืน แข็งแรง ปลูกขึ้นเจริญทั่วทุกภาคของประเทศ เป็นต้นไม้ท้องถิ่นที่รู้จักแพร่หลาย มีชื่อเรียกหลายชื่อแตกต่างกันในแต่ละภาค อาทิเช่น คูน คูน อ้อดิบ ราชพฤกษ์เป็นพืชที่มีความเป็นสิริมงคลใช้ประโยชน์ในพิธีสำคัญๆเป็นต้นว่า ลงหลักเมือง ลงเสาเอก ทำคฑาจอมพลรวมทั้งยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร ในฤดูร้อนราชพฤกษ์จะออกดอกสะพรั่งอีกทั้งต้น ช่อดอกมีทรงสวยสดงดงาม สีเหลืองแพรวพราวเป็นเครื่องหมายของศาสนาพุทธอันเป็นศาสนาประจำชาติ รวมถึงเป็นสีเดียวกับวันพระราชการเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกนั้นความสวยของช่อดอก และก็ความหมายที่ดียังถูกจำทดลองแบบประดับไว้บนอินทรธนูของข้าราชการพลเรือนอีกด้วย
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
ส่งดอกไม้ประจำชาติไทยเป็นดอกราชพฤกษ์ (Golden shower) หรือ ชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ของ ดอกราชพฤกษ์เป็นCassia fistula
           ดอกไม้สีเหลืองสวยงามที่พบมากเห็นได้ทั่วไปตามข้างถนนสายต่างๆเป็นสีสันของ ดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน ต้นไม้มงคลที่ได้รับการชมเชยให้เป็น ดอกไม้ประจำชาติไทย ทั้งยังมั่นใจว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้แล้วจะเสริมให้คนภายในบ้านมีเกียรติขั้นชื่อ เสียงเยอะขึ้นด้วย ยิ่งใกล้ไปสู่เวลาแห่งการเปิดประตูต้อนรับเพื่อนบ้านอาเซียนกันแล้ว ในวันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำเนื้อหาสาระเกี่ยวกับดอกไม้ประจำชาติไทยอย่าง ดอกราชพฤกษ์ มาให้ทำความรู้จักกันแรง
เรื่องราวดอกราชพฤกษ์
           ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน เป็นต้นไม้พื้นเมืองของทวีปเอเชียใต้ ตั้งแต่ปากีสถาน อินเดีย ประเทศพม่า และศรีลังกา โดยนิยมปลูกกันมากมายในเขตร้อน สามารถเจริญเติบโตเจริญในที่โล่ง แล้วก็มีชื่อเสียงในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 แต่ว่าก็ยังมิได้ข้อสรุปแจ่มกระจ่าง จนกระทั่งมีการลงชื่อให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย ตอนวันที่ 26 ต.ค. พ.ศ. 2544

ดอกไม้ประจำชาติไทย
           เพราะว่า ต้นราชพฤกษ์ มีดอกสีเหลืองชูช่อ ดูสง่างาม อีกทั้งยังมีสีตรงกับ สีทุกวันพระราชการเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของพระเจ้าอยู่หัว" และก็มีการลงชื่อให้ต้นราชพฤกษ์ ยอดเยี่ยมใน 3 สัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย และ 3. ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เพราะว่าเป็นต้นไม้พื้นเมืองที่รู้จักกันอย่างมากมาย รวมทั้งมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย
  • มีประวัติเกี่ยวพันกับจารีตสำคัญๆในไทยแล้วก็ฯลฯไม้มงคลที่นิยมปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้นานาประการ อย่างเช่น ใช้เป็นยารักษาโรค ทั้งยังยังคงใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ ฯลฯ
  • มีสีเหลืองอร่าม พุ่มไม้งามเต็มต้น เปรียบเทียบเป็นสัญลักษณ์แห่งศาสนาพุทธ
  • มีอายุยืนนาน แล้วก็ทน
ลักษณะทั่วไป
           เป็นต้นไม้ขนาดกึ่งกลาง สูงโดยประมาณ 10-20 เมตร ออกดอกเป็นช่อสีเหลืองสวยงาม แต่ละช่อยาวโดยประมาณ 20-40 ซม. โดยกลีบดอกจะเป็นสีเหลือง 5 กลีบ ส่งผลยาวโดยประมาณ 30-60 เซนติเมตร มีกลิ่นฉุน และก็มีเมล็ดที่เป็นพิษ
การปลูกดอกราชพฤกษ์
           นิยมนำมาปลูกด้วยเมล็ด โดยจะมีการเจริญเติบโตช้าในตอน 1-3 ปีแรก แต่ต่อจากนั้นจะมีการเติบโตเร็วขึ้น รวมทั้งมีดอกตอนอายุราว 4-5 ปี
การดูแลและรักษา
           แสง : ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง และเจริญเติบโตได้ดิบได้ดีในที่โล่งเป็นพิเศษ
           น้ำ : ชอบน้ำน้อย ควรรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพภูมิอากาศร้อนได้ดิบได้ดี
           ดิน : สามารถเจริญวัยได้ดิบได้ดีในดินที่ร่วนซุย ดินร่วนซุยคละเคล้าทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมให้ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยหมัก ในอัตรา 2-3 กก.ต่อต้น แล้วก็ควรให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
การขยายพันธุ์
           แนวทางขยายพันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยม คือ การเพาะเม็ด โดยใช้เมล็ดใหม่ๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แต่จะต้องเลือกขลิบรอบๆด้านป้าน เพราะเหตุว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ แล้วหลังจากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ข้ามวัน จึงค่อยเทน้ำออกให้เหลือจำนวนพอเพียงหล่อเลี้ยงเม็ดได้ ต่อจากนั้นทิ้งเอาไว้อีกคืนก็จะพบรากแตกหน่อ และสามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเชื่อเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           เชื่อว่าเป็นต้นพืชที่มีความเป็นสิริมงคล ที่ควรจะปลูกเอาไว้ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และก็ถ้าปลูกเอาไว้ในบ้านจะช่วยให้ทรงเกียรติยศ เกียรติยศ รวมทั้งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยเวท โดยใช้ใบทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เพราะเป็นไม้มงคลนาม http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรราชพฤษ์

10

ชื่อตระกูล : LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia fistula L.
ชื่อสามัญ : Golden shower, Indian laburnum, Pudding-pine tree
ชื่อท้องถิ่นอื่น : คูน (ภาคเหนือ) ; ปูโย, เปอโซ, ปือยู, แมะหล่าหยู่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; คูณ (ภาคกลาง, ภาคเหนือ) ; ชัยพฤกษ์, ราชพฤกษ์ (ภาคกึ่งกลาง) ; กุเพยะ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี)
ประเภทนี้หนังสือเรียนหลังเล่มเสนอ ชื่อใหม่เป็นเพียงระดับจำพวกย่อยเป็นCassia javanica L.subsp javanica K.& S.S .Larsen พืชจำพวกนี้เป็นไม้ใหญ่ขนาดเล็ก ถึงกับขนาดกึ่งกลาง สูงได้ถึง ๑๕ เมตร เมื่อลำต้นอย่างอ่อนอยู่มีน้ำแข็งที่เกิดจากกิ่งแก่ที่ร่วงหล่นไป แต่เมื่อต้นอายุมากขึ้นจะหายไป ลำต้นไม่ตะปุ่มตะป่ำ ใบเป็นใบประกอบแบบขนเรียงสลับกัน มีใบย่อย ๕-๑๕ คู่ ก้านใบยาว ๑.๕-๔ เซนติเมตร ศูนย์กลางใบยาว ๒๐-๓๐ เซนติเมตร ใบย่อยรูปไข่ปนรูปมูลหรือรูปขอบขนาน กว้าง ๑.๕-๓ เซนติเมตร ยาว ๒-๕ ซม. ปลายใบกลมหรือมน โคนใบกลม ใต้ใบมีขนละเอียดอยู่เอนราบกับผิวใบ ก้านใบย่อยสั้นมากมาย ดอกออกเป็นช่อตามกิ่ง ก้านช่อดอกใหญ่และก็แข็ง ไม่แตกแขนง ยาว ๕-๑๖ เซนติเมตร เมื่อเริ่มบานมีสีชมพูแล้ว กลายเป็นสีแดงเข้ม เมื่อใกล้โรยกลายเป็นสีออกขาว ดอกย่อยมีก้านเรียวยาว ๓-๕ ซม.ราชพฤกษ์ มีกลีบเลี้ยงมี สีแดงเข้มถึงสีแดงอมน้ำตาล รูปไข่ ปลายแหลม ยาว ๗-๑๐ มิลลิเมตรกลีบดอกรูปไข่กลับ กว้าง ๗-๘ มม. ยาว ๒๕-๓๕มม. โคนกลีบดอกไม้เป็นก้านยาวราว ๓ มิลลิเมตร  เกสรเพศผู้มี ๑๐ อัน ปริมาณยาวแตกต่างกัน รังไข่เรียว ขนคลุมบางๆผลเป็นฝักรูปกระบอกขนาดวัดผ่าศูนย์กลางราม ๑-๑.๕ เซนติเมตร ยาว ๒๐-๖๐ เซนติเมตร แขวนลงมาจากกิ่ง ฝักแก่สีดำ สะอาด ไม่มีขน ไม่แตก มีเมล็ดจำนวนไม่น้อย และรูปแบนเกือบกลม สีน้ำตาลเป็นมัน
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้ใหญ่ (T) สูงประมาณ 5-15 เมตร เปลือกต้นเรียบ หมดจด สีเทาอ่อนหรือสีเทาอมน้ำตาล สีเทาอมขาว หรือสีนวล
ใบ เป็นใบประกอบแบบขน ใบเรียงสลับ ลักษณะใบย่อยรูปไข่ ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ โคนใบมน แผ่นใบสีเขียว มีใบย่อยโดยประมาณ 4-12 คู่
ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ เป็นช่อห้อยระย้าออกตามกิ่งหรือออกตามง่ามใบ ออกดอกแบบสมมาตรด้านข้าง มีกลีบ 5 กลีบ สีเหลืองสด โดยกลีบเหนือสุดจะเรียงอยู่รอบในสุด ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ผล เป็นฝักกลม ทรงกระบอกยาว ผิวเรียบ และมีเปลือกแข็ง ข้างในมีฝาผนังแบนสีน้ำตาล กั้นเป็นห้องแล้วก็มีเมล็ดห้องละ 1 เมล็ด ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือดำ
เมล็ด มีเนื้อหุ้มนิ่มๆสีน้ำตาลไหม้ หรือสีดำ ลักษณะกลมมนและก็แบน มีรสหวาน
นิเวศวิทยา
ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป มีมากทางภาคเหนือ นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับและก็ปลูกข้างถนนเพื่อความงาม
การปลูกและเพาะพันธุ์
ปลูกได้ไม่ยากรวมทั้งเจริญวัยได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะชอบดินร่วนคละเคล้าทราย แพร่พันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดแล้วก็ตอนกิ่ง

ประโยชน์ทางยา
รสและสรรพคุณในหนังสือเรียนยา
ราก รสเมา เป็นยาบำรุง รักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจ โรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดี เป็นยาถ่ายอย่างแรง รักษาลักษณะของการมีไข้ ระบายพิษไข้ ถ่ายสิ่งโสโครกออกจากร่างกาย ฆ่าเชื้อคุดทะราด แก้กลากโรคเกลื้อน แก้อาการเซื่องซึม หนักศีรษะ
เปลือกราก รสฝาด ต้มดื่มแก้ไข้มาลาเรียแล้วก็ระบายพิษไข้ ใช้ร่วมกับเนื้อในฝักเป็นยาแก้ไข้มาลาเรียรวมทั้งเป็นยาระบาย
แก่น รสเมา ใช้เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน รักษาอาการท้องเดิน และช่วยรีบคลอด
ราชพฤกษ์เปลือกต้น รสฝาดเมา ใช้เป็นยาช่วยเร่งคลอด รักษาอาการท้องร่วง
กระพี้ รสเมา ใช้แก้โรครำมะนาด
ฝัก เนื้อในฝักรสหวานเหม็นเบื่อ ใช้กินเป็นยาระบาย ช่วยทุเลาอาการแน่นหน้าอก ขัดหรือจ่ายน้ำดี แก้ลมเข้าข้อและขัดข้อ
เปลือกฝัก รสขื่นเมา ทำให้แท้งลูก ขับเกลื่อนกลาดที่ค้าง และทำให้อาเจียน
ใบแก่ รสเมา ใบสดหรือตากแห้ง ใช้เป็นยาถ่าย รักษาอัมพาต ฆ่าเชื้อโรคทั้งปวง ฆ่าพยาธิผิวหนัง รักษาอัมพาตของกล้ามบนบริเวณใบหน้า พอกแก้ปวดข้อ หรือต้มน้ำดื่มแก้โรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมอง แก้เอ็นทุพพลภาพ
ใบอ่อน รสเมา ตำพอกหรือคั้นเอาน้ำทารักษาโรคขี้กลากโรคเกลื้อน แก้ไข้รูมาติก
ดอก รสเปรี้ยวขม ใช้รักษาโรคกระเพาะอาหาร เป็นยาถ่ายพยาธิ ต้มดื่มแก้ไข้ แก้แผลเรื้อรัง ช่วยหล่อลื่นในไส้ ระบายท้อง
เม็ด ช่วยกระตุ้นให้อาเจียน เป็นยาถ่าย
[url=http://www.disthai.com/16488365/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C]ราชพฤกษ์[/url] แนวทางแล้วก็ปริมาณที่ใช้
แก้อาการท้องผูก โดยเอาเนื้อในฝักแก่หนักราว 5-10 กรัม ต้มกับน้ำ 500 ซีซี ใส่เกลือนิดหน่อย ดื่มก่อนนอนหรือช่วงเช้าก่อนกินอาหาร เป็นยาระบายที่เหมาะกับท้องผูกเป็นประจำ และก็สตรีมีครรภ์ก็ใช้ฝักคูณเป็นยาระบายได้
รักษาโรคกระเพาะ โดยใช้ฝักประมาณ 30 กรัม ผสมน้ำ 100 ซีซี ต้มให้เดือดและก็เหลือน้ำ 50 ซีซี ดื่มให้หมดครั้งเดียว วันละ 3 ครั้ง http://www.disthai.com/

11
อื่นๆ / ความเป็นมาของต้นราชพฤกษ์
« เมื่อ: สิงหาคม 13, 2018, 04:59:47 PM »

ราชพฤกษ์
ราชพฤกษ์ ชื่อสามัญ Golden shower, Indian laburnum, Pudding-pine tree, Purging Cassia
ราชพฤกษ์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia fistula L. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และก็อยู่ในวงศ์ย่อยราชพฤกษ์ (CAESALPINIOIDEAE หรือ CAESALPINIACEAE)
สมุนไพรราชพฤกษ์ มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า กุเพยะ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ปูโย ปีอยู เปอโซ แมะหล่าอยู่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ลักเกลือ ลักเคย (กะเหรี่ยง), ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ (ภาคกึ่งกลาง), ลมแล้ง (ภาคเหนือ), ราชพฤกษ์ (ภาคใต้), คูน (ทั่วๆไปเรียกและชอบเขียนไม่ถูกหรือสะกดผิดเป็น “ต้นคูณ” หรือ “คูณ“) ฯลฯ
คำว่า “ราชพฤกษ์” แสดงว่า “ต้นไม้ของพระมหากษัตริย์” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของงานนิทรรศการพืชสวนโลกซึ่งจัดขึ้นเพื่อสังสรรค์ในวโรกาสอันเป็นมหามงคลที่พระเจ้าแผ่นดินของเราทรงครองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี
ต้นราชพฤกษ์ ต้นไม้ประจำชาติไทย
เมื่อปี พุทธศักราช2544 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติได้มีข้อเสนอแนะและก็สรุปให้มีการระบุเครื่องหมายประจำชาติ 3 สิ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย ดอกไม้ สัตว์ และก็สถาปัตยกรรม ซึ่งจากการพิเคราะห์ได้ผลสรุปว่า ให้สัตว์ประจำชาติเป็น “ช้างไทย” ส่วนในด้านสถาปัตยกรรมประจำชาติคือ “ศาลาไทย” รวมทั้งในส่วนของดอกไม้ประจำชาติก็คือ “ดอกราชพฤกษ์” โดยมีเหตุผลสำหรับในการเลือกเฟ้นดังนี้
ต้นคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์ จัดฯลฯไม้ประจำชาติไทย (ตามประกาศของกรมป่าไม้)ต้นไม้ราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้ที่คนไทยทั่วๆไปรู้จักกันอย่างล้นหลาม ในนามของ “ต้นคูน” สามารถพบเจอได้ทั่วๆไปของทุกภาคในประเทศ
ต้นราชพฤกษ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับจารีตชาวไทยมาอย่างช้านาน เพราะเหตุว่าเป็นไม้มงคลนามและใช้เพื่อการประกอบพิธีสำคัญๆต่างๆหลายพิธีการ อย่างเช่น พิธีลงเสาหลักเมือง ทำคทาจอมพล ใช้ทำยอดธงชัยเฉลิมพล ฯลฯ
ต้นราชพฤกษ์นั้นสามารถประยุกต์ใช้ผลดีได้อย่างมากมาย เช่น การใช้เป็นยาสมุนไพรหรือนำมาใช้ทำเป็นเสาบ้านเสาเรือนได้ อื่นๆอีกมากมาย
ต้นราชพฤกษ์ฯลฯไม้ที่แก่ยืนนานรวมทั้งแข็งแรงทนทาน
ต้นราชพฤกษ์มีรูปทรงและก็พุ่มไม้ที่งดงาม มีดอกเหลืองงามเต็มต้น ดูสวยยิ่งนัก
ดอกราชพฤกษ์มีสีเหลือง ซึ่งเป็นเครื่องหมายของชาติไทย เป็นเครื่องหมายแห่งศาสนาพุทธ และยังเป็นสัญลักษณ์ของวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระราชการบังเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นอกจากนั้นตามตำราไม้มงคล 9 ชนิดยังเจาะจงไว้ว่า ต้นราชพฤกษ์เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความเป็นใหญ่ ความมีอำนาจบุญบารมี มีโชคมีชัย
สมุนไพรราชพฤกษ์ กับการนำมาใช้รักษาโรคและก็อาการต่างๆโดยส่วนที่ประยุกต์ใช้เป็นสรรพคุณทางยานั้น อย่างเช่น ส่วนของใบ ดอก เปลือก ฝัก แก่น กระพี้ ราก รวมทั้งเม็ด ซึ่งสมุนไพรราชพฤกษ์ เป็นสมุนไพรซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งกับเด็ก สตรี รวมไปถึงคนวัยชรา โดยปลอดภัยใดๆก็ตาม
รูปแบบของต้นราชพฤกษ์
ต้นราชพฤกษ์ (ต้นคูน) เป็นพืชท้องถิ่นในแถบเอเชียใต้ ไล่ตั้งแต่ทางตอนใต้ของปากีสถานไปจนถึงประเทศอินเดีย พม่า และก็ประเทศศรีลังกา โดยจัดเป็นพรรณไม้ขนาดกึ่งกลาง มีลำต้นสีน้ำตาลปนเทาหมดจด มักขึ้นทั่วไปตามป่าผลัดใบหรือในดินที่มีการระบายน้ำดี แพร่พันธุ์ด้วยแนวทางเพาะเมล็ดแล้วย้ายกล้ามาปลูกลงในถุงเพาะชำ เมื่อโตพอแล้วก็ย้ายมาปลูกลงในพื้นที่ แต่ในปัจจุบันอาจจะใช้กรรมวิธีการทาบกิ่งและเสียบยอดก็ได้ แม้กระนั้นโอกาสสำเร็จจะน้อยกว่ากรรมวิธีเพาะเม็ด
ใบราชพฤกษ์ (ใบคูน) รูปแบบของใบออกเป็นช่อ ใบสีเขียวเป็นเงา ช่อหนึ่งยาวประมาณ 2.5 ซม. รวมทั้งมีใบย่อยเป็นไข่หรือรูปป้อมๆโดยประมาณ 3-6 คู่ ใบย่อยมีความกว้างโดยประมาณ 5-7 ซม. รวมทั้งยาวราว 9-15 ซม. โคนใบมนและก็สอบไปทางปลายใบ เนื้อใบบางเกลี้ยง มีเส้นกิ่งก้านสาขาใบถี่รวมทั้งโค้งไปตามรูปใบ
ใบราชพฤกษ์
ดอกราชพฤกษ์ (ดอกคูน) ออกดอกเป็นช่อ ยาวราว 20-45 ซม. มีกลีบรองดอกรูปขอบขนาน มีความยาวโดยประมาณ 1 เซนติเมตร กลีบมี 5 กลีบ หลุดร่วงได้ง่าย และกลีบดอกไม้ยาวกว่ากลีบรองดอกประมาณ 2-3 เท่า และมีกลีบรูปไข่จำนวน 5 กลีบ บริเวณพื้นกลีบจะมองเห็นเส้นกลีบแจ่มชัด ที่ดอกมีเกสรตัวผู้ขนาดต่างกันจำนวน 10 ก้าน มีก้านอับเรณูโค้งงอขึ้น ดอกชอบบานในช่วงเดือนมีนาคมถึงพ.ค. แต่ก็มีบางครั้งที่มีดอกนอกฤดูแบบเดียวกัน ได้แก่ ในตอนธันวาคมถึงม.ค.
ดอกราชพฤกษ์ดอกคูน
ผลราชพฤกษ์ หรือ ฝักราชพฤกษ์ (ฝักคูณ) ผลมีลักษณะเป็นฝักทรงกระบอกหมดจดๆฝักยาวโดยประมาณ 20-60 ซม. แล้วก็วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ราว 2-2.5 ซม. ฝักอ่อนจะมีสีเขียว ส่วนฝักแก่จัดจะมีสีดำ ในฝักจะมีฝาผนังเยื่อบางๆติดกันอยู่เป็นช่องๆตามแนวขวางของฝัก แล้วก็ในช่องจะมีเม็ดสีน้ำตาลแบนๆอยู่ มีขนาดราวๆ 0.8-0.9 ซม.
ฝักคูนฝักราชพฤกษ์
คุณประโยชน์ของราชพฤกษ์
ช่วยทำนุบำรุงโลหิตภายในร่างกาย (เปลือก)
สารสกัดจากลำต้นรวมทั้งใบของราชพฤกษ์มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (ลำต้น, ใบ)
สารสกัดจากเม็ดมีฤทธิ์ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล (เม็ด)
ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจหรือถุงน้ำดี (ราก)
ราชพฤกษ์มีคุณประโยชน์ช่วยแก้ไข้ (ราก)
ฝักราชพฤกษ์มีสรรพคุณทางยาช่วยแก้ไข้ไข้จับสั่น (ฝัก)
ช่วยแก้ไข้รูมาติกด้วยการกางใบอ่อนนำมาต้มกับน้ำ (ใบ)
ฝักอ่อนมีรสหวานอมเปรี้ยวนิดหน่อย มีกลิ่นเหม็นเอียน เย็นจัด สรรพคุณสามารถใช้ขับเสมหะได้ (ฝักอ่อน)
ช่วยแก้อาการอยากกินน้ำ (ฝัก)
เปลือกเม็ดแล้วก็เปลือกฝักมีคุณประโยชน์ช่วยถอนพิษ ทำให้อ้วก หรือจะใช้เมล็ดราวๆ 5-6 เม็ด เอามาบดเป็นผุยผงแล้วรับประทานก็ได้ (เมล็ด, ฝัก)
ต้นราชพฤกษ์ สรรพคุณของกระพี้ใช้แก้ลักษณะของการปวดฟัน (กระพี้)
ในอินเดียมีการใช้ฝัก เปลือก ราก ดอก แล้วก็ใบมาทำเป็นยา ใช้เป็นยาแก้ไข้แล้วก็หัวใจ แก้อาการหายใจขัด ช่วยถ่ายของเสียออกมาจากร่างกาย แก้อาการกลัดกลุ้ม หนักหัว หนักตัว ทำให้ชุ่มชื่นหน้าอก (เปลือก, ราก, ดอก, ใบ, ฝัก)
คุณประโยชน์ราชพฤกษ์ช่วยแก้โรครำมะนาด (กระพี้, แก่น)
ช่วยรักษาเด็กเป็นต้นตานขโมยด้วยการใช้ฝักแห้งโดยประมาณ 30 กรัมนำมาต้มกับน้ำ (ฝัก)
ช่วยทุเลาอาการแน่นหน้าอก (เนื้อในฝัก)
ฝักแก่ใช้เป็นยาระบาย ช่วยสำหรับการถ่าย ทำให้ถ่ายได้สะดวก ไม่มวนท้อง แก้อาการท้องผูก เหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะท้องผูกเป็นประจำและก็สตรีมีท้อง เพราะว่ามีสารแอนทราควิโนน (Anthraquinone glycoside) เป็นตัวช่วยระบาย สำหรับวิธีการใช้ ให้ใช้ฝักแก่ขนาดก้อนเท่านิ้วโป้ง (หนักราวๆ 4 กรัม) และก็น้ำอีก 1 ถ้วยแก้วใส่หม้อต้ม แล้วผสมเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มก่อนรับประทานอาหารยามเช้าหรือตอนก่อนนอนเพียงครั้งเดียว (ฝักแก่, ดอก, เนื้อในฝัก, ราก, เม็ด)
เมล็ดมีรสฝาดเมา สรรพคุณช่วยแก้ท้องร่วง (เมล็ด)
ช่วยหล่อลื่นไส้ รักษาโรคเกี่ยวกับกระเพาะและก็แผลเรื้อรัง (ดอก)
ช่วยรักษาโรคบิด (เม็ด)
คุณประโยชน์ของราชพฤกษ์ ฝักช่วยแก้อาการจุกเสียด (ฝัก)
ช่วยทำให้กำเนิดลมเบ่ง ด้วยการใช้เม็ดฝนกับหญ้าฝรั่น น้ำดอกไม้เทศ และก็น้ำตาล แล้วนำมารับประทาน (เมล็ด)
ฝักแล้วก็ใบมีสรรพคุณช่วยขับพยาธิ ด้วยการใช้ฝักแห้งประมาณ 30 กรัมเอามาต้มกับน้ำ (ใบ, ฝัก, เนื้อในฝัก)
ต้นคูณมีสรรพคุณช่วยขับพยาธิไส้เดือนในท้อง (แก่น)
เปลือกฝักมีรสเฝื่อนฝาดเมา ช่วยขับรกที่ค้าง ทำให้แท้งลูก (เปลือกฝัก)
สารสกัดจากใบคูนมีฤทธิ์ช่วยต้านทานการเกิดพิษที่ตับ (ใบ)
คุณประโยชน์ของคูน รากใช้แก้โรคโรคกุฏฐัง (ราก)
ใบสามารถประยุกต์ใช้สำหรับการฆ่าเชื้อโรค เชื้อโรคบนผิวหนังที่เกิดขึ้นจากเชื้อราได้ (ใบ)
ช่วยฆ่าพยาธิผิวหนัง (ใบ)
รากนำมาฝนใช้ทารักษาขี้กลากโรคเกลื้อน และก็ใบอ่อนก็ใช้แก้กลากได้เช่นเดียวกัน (ราก, ใบ)
เปลือกรวมทั้งใบนำมาบดผสมกันใช้ทาแก้เม็ดผื่นผื่นตามร่างกายได้ (เปลือก, ใบ)
เปลือกมีคุณประโยชน์ช่วยแก้ฝี แก้บวม หรือจะใช้เปลือกและใบนำมาบดผสมกันใช้ทารักษาฝี (เปลือก, ใบ)
คูน คุณประโยชน์ของดอกช่วยแก้บาดแผลเรื้อรัง รักษาแผลเรื้อรัง (ดอก)
เปลือกราชพฤกษ์ คุณประโยชน์ช่วยสมานบาดแผล (เปลือก)
ฝักคูณมีสรรพคุณช่วยแก้ลักษณะของการปวดข้อ (เนื้อในฝัก)
คนแขกใช้ใบนำมาตำ เอามาพอกแล้วนวด ช่วยแก้โรคปวดข้อและอัมพาต (ใบ)
ช่วยกำจัดหนอนรวมทั้งแมลง โดยฝักแก่มีสารออกฤทธิ์ที่ส่งผลต่อระบบประสาทของแมลง เมื่อนำฝักมาบดผสมกับน้ำเสียไว้ราว 2-3 วัน แล้วใช้สารละลายที่กรองได้มาฉีดพ่นจะสามารถที่จะช่วยในการกำจัดแมลงรวมทั้งหนอนในแปลงผักได้ (ฝักแก่)
สารสกัดจากรากราชพฤกษ์มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Acetylcholinesterase
ยิ่งไปกว่านี้ยังมีการนำสมุนไพรราชพฤกษ์มาแปรรูปทำเป็นสินค้าต่างๆมาก อาทิเช่น
น้ำมันนวดราชพฤกษ์ ที่เคี่ยวมาจากน้ำมันจากใบคูน เป็นน้ำมันนวดสูตรร้อนหรือสูตรเย็น ที่ใช้นวดแก้อัมพฤกษ์อัมพาต รวมทั้งแก้ปัญหาเรื่องเส้น
ลูกประคบราชตารู เป็นลูกประคบสูตรโบราณ ที่ใช้ใบคูนเป็นตัวยาตั้งต้น ประกอบไปด้วย ขมิ้นอ้อย เทียนดำ กระวาน แล้วก็อบเชยเทศ โดยลูกประคบสูตรนี้จะใช้ปรุงตามอาการ โดยจะมองตามโรคแล้วก็ความอยากเป็นหลัก ซึ่งแต่ละคนจะได้ต่างกัน
ผงพอกคูนคาดข้อ ทำจากใบคูนที่เอามาบดเป็นผง ช่วยแก้ลักษณะของการปวดเส้น อัมพฤกษ์อัมพาต โดยนำมาพอกรอบๆที่เป็นจะช่วยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการไหลเวียนของโลหิต ทุเลาอาการปวดข้อ รักษาโรคโรคเกาต์ และยังช่วยลดอาการอักเสบได้อีกด้วย ซึ่งสูตรนี้สามารถใช้กับคนเจ็บที่เป็นอัมพาตบริเวณใบหน้าครึ่งส่วน ตาไม่หลับ มุมปากตกได้ด้วย
ชาสุวรรณาค้าง ทำจากใบคูน คุณประโยชน์ช่วยในด้านสมอง แก้ปัญหาเส้นเลือดตีบในสมอง ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนในร่างกายดีขึ้น ช่วยแก้อัมพฤกษ์อัมพาต โดยเป็นตัวยาที่มีไว้ชงดื่มพร้อมกันไปกับการดูแลและรักษาแบบอื่นๆ

ข้อควรคำนึง !
:แนวทางการทำเป็นยาต้ม ควรต้มให้พอสมควรจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี ถ้าหากต้มนานเหลือเกินหรือเกินกว่า 8 ชั่วโมง ยาจะไม่มีฤทธิ์ระบาย แต่ว่าจะมีผลให้ท้องผูกแทน และควรเลือกใช้ฝักที่ไม่มากเกินไป และก็ยาต้มที่ได้ถ้ากินมากจนเกินความจำเป็นอาจส่งผลให้คลื่นไส้ได้
ประโยชน์ซึ่งมาจากราชพฤกษ์
นิยมนำมาปลูกไว้เป็นต้นไม้ประดับตามสถานที่ต่างๆตัวอย่างเช่น สถานที่ราชการ รอบๆริมถนนข้างทาง และสถานที่อื่นๆ
ต้นราชพฤกษ์กับความศรัทธา ต้นราชพฤกษ์เป็นพืชที่มีความมงคลนามที่คนประเทศไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดที่ปลูกต้นราชพฤกษ์ไว้เป็นไม้ประจำบ้านจะช่วยทำให้ทรงเกียรติรวมทั้งเกียรติยศ ต้นสายปลายเหตุด้วยเหตุว่าคนให้การเห็นด้วยว่าต้นราชพฤกษ์เป็นไม้ที่มีคุณค่าสูงและก็ยังเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไทยอีกด้วย และก็ยังมั่นใจว่าจะก่อให้ผู้อยู่อาศัยนั้นเจริญก้าวหน้า โดยจะนิยมปลูกต้นราชพฤกษ์ในวันเสาร์รวมทั้งปลูกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน (อาจเป็นเพราะด้านดังที่กล่าวถึงแล้วได้รับแดดจัดในช่วงตอนบ่าย เลยปลูกไว้เพื่อช่วยลดความร้อนในบ้านและช่วยใชัพลังงานน้อยลง)
ต้นราชพฤกษ์เป็นพืชที่มีความมงคลแล้วก็ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ทำเป็นน้ำพุทธมนต์ในพิธีกรรมต่างๆทางศาสนา อาทิเช่น พิธีการวางศิลาฤกษ์ ใช้ทำเสาหลักเมือง เสาเอกสำหรับในการก่อสร้างพระตำหนัก ยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร คทาจอมพล ส่วนใบของต้นราชพฤกษ์จะใช้ทำเป็นน้ำพุทธมนต์ไว้สะเดาะเคราะห์ได้ผลลัพธ์ที่ดีนัก ฯลฯ
เนื้อไม้ใช้ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ด้ามวัสดุต่างๆหรือทำเป็นไม้ไว้ใช้สอยอื่นๆได้แก่ ใช้ทำเสา เสาสะพาน ทำสากตำข้าว ล้อเกวียน คันไถ ฯลฯ
เนื้อของฝักแก่สามารถประยุกต์ใช้แทนกากน้ำตาลสำหรับการทำเป็นหัวเชื้อจุลชีวันรวมทั้งจุลินทรีย์ขยายได้
ฝักแก่สามารถประยุกต์ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเพื่อการหุงต้มด้วยเตาเศรษฐกิจที่มีขนาดพอเหมาะพอควร โดยไม่ต้องผ่า ตัด หรือเลื่อย
แหล่งอ้างอิง :
เว็บไซต์ที่ทำการแผนการสงวนพันธุกรรมพืชสาเหตุจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, เว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, เว็บไซต์ไทยโพส, ที่ทำการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (หน่วยงานมหาชน), งานนิทรรศการพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554, ที่ทำการกองทุนสนับสนุนการผลิตเสริมสุขภาพ (สสส.) http://www.disthai.com/

12

กระเทียม
กระเทียมกับผลดีต่อสุขภาพ
กระเทียม เป็นไม้ล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกับหัวหอม ซึ่งแต่ละหัวจะมี 6-10 กลีบ นิยมประยุกต์ใช้เป็นเครื่องปรุงเตรียมอาหาร กระเทียมเป็นพืชที่ค่อนข้างจะไม่เหมือนกับพืชทั่วๆไป เพราะว่าอุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในปริมาณมาก ยิ่งไปกว่านี้กระเทียมประกอบไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย ตัวอย่างเช่น อาร์จีนีน (Arginine) โอลิโกแซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) แล้วก็ซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีสาระต่อสุขภาพ
กระเทียม
คนไม่ใช่น้อยอาจจดจำกระเทียมได้จากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งมีสาเหตุจากสารอัลลิซิน (Allicin) นอกเหนือจากที่จะทำให้กระเทียมมีกลิ่นที่โดดเด่นแล้ว อัลลิสินยังเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่มีสาระต่อร่างกาย รวมทั้งอาจมีส่วนช่วยรักษาโรคหรือทำให้อาการต่างๆ โดยที่หลายคนเชื่อว่าการกินกระเทียมบางทีอาจช่วยทุเลาอาการที่เกี่ยวโยงกับหัวใจและเส้นเลือด ความดันเลือด คอเลสเตอรอล ทุเลาหวัด รวมทั้งใช้น้ำมันกระเทียมเป็นยาทาภายนอกเพื่อรักษาอาการติดโรคทางผิวหนัง เล็บ หรือช่วยรักษาอาการผมตกอีกด้วย
ดังนี้สิ่งที่ใช้พิสูจน์หรือหลักฐานด้านการแพทย์มีมากมายน้อยเพียงใดที่จะช่วยรับรองสรรพคุณ ผลดี แล้วก็ความปลอดภัยของการรับประทานกระเทียมที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยสำหรับเพื่อการรักษาโรคเหล่านี้
ความดันโลหิตสูง อัลลิสินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่พบได้ในกระเทียมสดหรือสินค้าเสริมอาการที่มีส่วนประกอบของกระเทียม อาจมีส่วนช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงหน้าในเส้นโลหิตและนำมาซึ่งการทำให้เส้นเลือดขยายตัวและก็ทำให้ระดับความดันเลือดลดลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองชิ้นหนึ่งให้คนเจ็บที่หรูหราความดันโลหิตสูงโดยที่มีค่าความดันซิสโตลิก (Systolic Blood Pressure: SBP) มากยิ่งกว่าหรือเท่ากับ 140 มิลลิตรปรอท รับประทานกระเทียมบ่มสกัด (Aged Garlic Extract: AGE) ขนาด 960 มก. เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าค่าความดันซิสโตลิกลดลดลงมากกว่าเมื่อเทียบกับผู้เจ็บป่วยที่รับประทานยาหลอก จึงอาจจะบอกได้ว่าการรับประทานกระเทียมบ่มสกัดอาจมีคุณภาพในการรักษาผู้เจ็บป่วยความดันโลหิตสูงได้ดีกว่ายาหลอก
ต่อให้มีการทดลองอีก 2 ชิ้นที่ชี้ให้เห็นถึงสมรรถนะของกระเทียมสำหรับการลดความดันโลหิตได้ดียิ่งไปกว่าการใช้ยาหลอก แม้กระนั้นเพราะผลการทดลองอาจยังไม่แม่นเพียงพอที่จะสรุปสมรรถนะของกระเทียมได้ว่าสามารถรักษาหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและก็เส้นโลหิตในผู้เจ็บป่วยความดันโลหิตสูง จึงยังควรต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกเพื่อรับรองความสามารถที่แจ่มกระจ่างเพิ่มขึ้น
โรคมะเร็ง ความสัมพันธ์ของการบริโภคกระเทียมและการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งยังคลุมเครือรวมทั้งยังคงเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ ซึ่งจะมองเห็นได้จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้คนจีนทั้งหมดศชายแล้วก็ผู้หญิงที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารปริมาณกว่า 5,000 คน รับประทานสารอัลลิทริดินขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับสารซีลีเนียมขนาด 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน ซึ่งล้วนเป็นสารสกัดที่ได้จากกระเทียม โดยการทำการทดลองตรงเวลา 5 ปี แล้วก็เมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอกแล้วพบว่ากรุ๊ปที่กินสารอัลลิทริดินร่วมกับสารซีลีเนียมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกลดลง 33 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะน้อยลงถึง 52 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ดี มีการศึกษาวิจัยอีก 19 ชิ้นชี้ให้เห็นว่า ยังไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือถึงที่กะไว้จะช่วยสนับสนุนความเกี่ยวข้องของการบริโภคกระเทียมต่อความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะ โรคมะเร็งหน้าอก โรคมะเร็งปอด หรือโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งมีหลักฐานที่ค่อนข้างจะจำกัดที่ส่งเสริมว่าการบริโภคกระเทียมบางทีอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งในช่องปาก หรือโรคมะเร็งรังไข่
ทั้งนี้สถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติอเมริกา (NCI) ได้กล่าวว่ากระเทียมเป็นผักชนิดหนึ่งที่อาจมีคุณลักษณะต้านทานมะเร็ง แม้กระนั้นยังมีต้นสายปลายเหตุอื่นๆได้แก่ ลักษณะของสินค้าที่ทำจากกระเทียม หรือจำนวนความเข้มข้นที่หลากหลาย อาจจะส่งผลให้พิสูจน์ถึงสมรรถนะของกระเทียมได้ยาก และเมื่อเวลาผ่านไปหรือเก็บไว้ภายในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้คุณภาพของกระเทียมเสื่อมสลายไปได้เช่นกัน
แก้หวัด หลายๆคนมั่นใจว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต้านทานเชื้อจุลินทรีย์และก็เชื้อไวรัส รวมทั้งมีการประยุกต์ใช้เพื่อคุ้มครองและบรรเทาอาการหวัดมาอย่างนาน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาเล่าเรียนชิ้นหนึ่งที่ให้อาสาสมัครจำนวน 146 คน รับประทานสารสกัดจากกระเทียมชนิดเม็ดซึ่งประกอบไปด้วยสารอัลลิสินขนาด 180 มก.วันละ 1 ครั้ง ตรงเวลา 12 อาทิตย์ แล้วให้อาสาสมัครเขียนบันทึกอาการเมื่อเป็นหวัด พบว่าในกลุ่มที่กินสารสกัดจากกระเทียมมีรายงานการเป็นหวัดจำนวน 24 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอกที่มีรายงานการเป็นหวัดปริมาณ 65 ครั้ง อีกทั้งยังพบว่าระยะเวลาของการเป็นหวัดในกลุ่มที่กินสารสกัดจากกระเทียมมีจำนวนวันที่น้อยกว่า แต่ว่าระยะเวลาการฟื้นตัวจากอาการหวัดของอีกทั้ง 2 กรุ๊ปมีความต่างกันเพียงเล็กน้อย แม้ผลการทดสอบข้างต้นจะบอกให้เห็นถึงสมรรถนะของกระเทียม แต่ว่าหลักฐานการทดสอบทางสถานพยาบาลยังน้อยเกินไปและก็ต้องศึกษาเพิ่มเพื่อรับรองความสามารถของกระเทียมให้แน่ชัดเพิ่มขึ้น
ลดน้ำหนักและมวลไขมัน ในคนเจ็บภาวการณ์ไขมันพอกตับ ที่ไม่ได้มีต้นเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่มักมีต้นเหตุจากโรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง แล้วก็ไขมันในเลือดสูง ซึ่งการดูแลและรักษาด้วยการกินยา การผ่าตัด หรือลดหุ่นอาจไม่พอ ถ้าเกิดไม่ดูแลเรื่องการกินอาหารควบคู่ไปด้วย การรับประทานกระเทียมก็เลยอาจเป็นหนทางหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะกระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์และก็สารอาหารอื่นๆที่อาจมีคุณลักษณะคุ้มครองภาวะอ้วน ซึ่งสอดคล้องกับการค้นคว้าวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้คนเจ็บไขมันพอกตับที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดศชายและเพศหญิง อายุตั้งแต่ 20-70 ปี ปริมาณทั้งมวล 110 คน กินกระเทียมผงชนิดแคปซูลขนาด 400 มก. ซึ่งภายในประกอบไปด้วยสารอัลสิลินขนาด 1.5 มก. วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 15 อาทิตย์ โดยสามารถทานอาหารได้ตามปกติ แต่ว่ารับประทานกระเทียมได้ไม่เกินสัปดาห์ละ 2 กลีบ จากผลการทดลองชี้ให้เห็นว่า น้ำหนักและมวลร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก ก็เลยอาจพูดได้ว่าการรับประทานกระเทียมอาจช่วยลดจำนวนไขมันในตับแล้วก็คุ้มครองหรือชะลอการเกิดภาวะไขมันพอกตับที่มิได้มีเหตุที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ดีการเรียนรู้ในอนาคตยังจำเป็นที่จะต้องวางแบบการทดสอบให้ดียิ่งขึ้นแล้วก็ควรจะเพิ่มช่วงเวลาสำหรับการทดลองเพื่อรับรองประสิทธิภาพของกระเทียมให้แจ้งชัดยิ่งขึ้น
ลดระดับคอเลสเตอรอล หลักฐานเกี่ยวกับคุณภาพของกระเทียมต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลยังคงขัดแย้ง จึงทำให้ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้อย่างแจ่มแจ้ง ซึ่งสอดคล้องกับการทดสอบแล้วก็การเล่าเรียนโดยการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวพันปริมาณ 29 ชิ้น ได้ชี้ให้เห็นว่า การรับประทานกระเทียมบางทีอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมได้นิดหน่อย แม้กระนั้นไม่ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลประเภทที่ดี (High-Density Lipoprotein: HDL) เพิ่มสูงมากขึ้น ไหมทำให้ระดับคอเลสเตอรอลจำพวกที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจลดลงแต่อย่างใด จึงยังจำเป็นจะต้องเรียนเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุปแล้วก็รับรองประสิทธิภาพของกระเทียมต่อระดับคอเลสเตอรอลที่แจ่มชัดยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยในการกินกระเทียม
การกินกระเทียมค่อนข้างจะไม่มีอันตรายถ้าเกิดกินในปริมาณที่สมควร แม้กระนั้นอาจทำให้เป็นผลข้างเคียงได้ เป็นต้นว่า ปากเหม็น มีกลิ่นตัว รู้สึกแสบร้อนที่รอบๆปากหรือที่กระเพาะ แสบร้อนกึ่งกลางอก ท้องขึ้น อาเจียน คลื่นไส้ หรือท้องเสีย อาการพวกนี้บางทีอาจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อกินกระเทียมสด ทั้งการใช้กระเทียมสดทาหรือสัมผัสที่บริเวณผิวหนังอาจจะก่อให้เกิดอาการแสบร้อนแล้วก็ระคายได้
ข้อควรระวังสำหรับการกินกระเทียมโดยเฉพาะบุคคลในกรุ๊ปต่อแต่นี้ไป
คนที่กำลังมีครรภ์หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การรับประทานกระเทียมในช่วงการตั้งครรภ์ออกจะไม่มีอันตรายถ้ารับประทานเป็นของกินหรือในจำนวนที่เหมาะสม แต่ว่าอาจไม่ปลอดภัยแม้กินกระเทียมเป็นยารักษาโรค ทั้งยังยังไม่มีช้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการทากระเทียมที่บริเวณผิวหนังในตอนการมีท้องหรือให้นมลูก
เด็ก การรับประทานกระเทียมในปริมาณที่สมควรรวมทั้งในระยะสั้นๆบางทีอาจปลอดภัยสำหรับเด็ก แม้กระนั้นการใช้กระเทียมทาบริเวณผิวหนังอาจส่งผลให้กำเนิดอาการแสบร้อนแล้วก็ระคาย
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะหรือการย่อยของอาหาร อาจก่อให้มีการระคายเคืองที่ทางเดินอาหารได้
คนที่มีความดันโลหิตต่ำ การรับประทานกระเทียมอาจก่อให้ระดับความดันเลือดลดต่ำลงมากกว่าธรรมดา
ผู้ที่วางแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรจะหยุดกินกระเทียมก่อนที่จะมีการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพราะเหตุว่าอาจจะก่อให้เลือดออกมากรวมทั้งส่งผลต่อความดันโลหิตในระหว่างการผ่าตัด และผู้ที่มีภาวการณ์เลือดออกไม่ปกติไม่สมควรกินกระเทียม โดยเฉพาะกระเทียมสด ด้วยเหตุว่าบางทีอาจเพิ่มการเสี่ยงให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น
ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรับประทานยารักษาโรค อาทิเช่น ไอโซไนอะสิด เพราะว่ากระเทียมอาจลดการดูดซึมของยาภายในร่างกายแล้วก็ส่งผลต่อความสามารถการทำงานของยา รวมทั้งไม่สมควรกินกระเทียมในระหว่างใช้ยาดังนี้
ยารักษาการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคภูมิคุมกันบกพร่อง
ยาคุมกำเนิด
ยาต่อต้านการแข็งตัวของเลือด
ยาต้านทานเกล็ดเลือด
http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรกระเทียม

13

สรรพคุณกวาวเครือขาวอันน่าทึ่งสามารถรักษาโรคคุณได้
ขายกวาวเครือขาว เพศหญิงที่มีปัญหา สิวฮอร์โมน สิวที่ข้างหลัง ผิวมัน ขนดก
ผู้หญิงที่เสื่อมอารมณ์ทางเพศ
รับผลิตกวาวเครือขาว สามารถใช้เป็นฮอร์โมนชดเชยในสตรีวัยหมดประจำเดือน
สาวชนิด 2 ที่อยากเพิ่มความเป็นผู้หญิง
แคปซูลกวาวเครือขาว ปรับสีผิวให้ขาวขึ้น ทำให้ผิวเต่งตึงลดรอยเหี่ยวย่น มีเลือดฝาด ขาวอมชมพู ผ่อง ออร่า แก้ฝ้า กระ จุดด่างดำ
เนื่องด้วย กวาวเครือขาว มีสาร Oestrogenic substance ชื่อ miroestrol,3,14,17,18-B-tetrahydroxy miroestrol ซึ่งมีฤทธิ์ เสมือนฮอร์โมนเพศหญิงที่บริเวณทรวงอกของเพศหญิงนั้น จะมีตัวรับ ( Receptor ที่สมควรให้สาร Oestrogenic substance ไปจับอยู่เพราะฉะนั้นเมื่อกินกวาวเครือขาวที่มีสารที่มีฤทธิ์นี้เข้าไป ก็จะไปจับกับรอบๆที่มีตัวรับพอดีขายส่งกวาวเครือขาวโดยเฉพาะหญิง เป็นสาเหตุของการเกิดขายกวาวเครือขาว การสะสมไขมัน และน้ำมากขึ้น ในบริเวณนั้น แล้วก็ ทำให้กระชับได้รูป แล้วก็พบว่า การรับประทานสม่ำเสมออย่างน้อย 5 เดือนขึ้นไป เซลล์ไขมันรวมทั้งกล้ามรับประทานอกจะต่ำลงน้อยมาก ทั้งที่ รีเซปเตอร์บริเวณเต้านมหญิงจะมีไม่เท่ากันในแต่ละบุคคล ทำให้ผลที่ได้ เร็ว ช้า มากมาย น้อย แตกต่าง และก็ จะเท่าที่ธรรมชาติของแต่ละคนที่สร้างได้เพียงแค่นั้นซึ่งในปัจจุบันกวาวเครือขาวใน ต้นแบบขายกวาวเครือขาว[/url]กิน ได้จริง แล้วก็ควรเป็นของจริง และก็ใหม่สดจริง บรรเทา แก้อาการเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าของร่างกาย ทำให้นอนสบาย รับผลิตกวาวเครือขาวช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้ความจำสำหรับคนที่ผอมแห้ง เมื่อรับประทานกวาวเครือขาวจะช่วยทำให้มองอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้น
ขายกวาวเครือขาว สามารถช่วยทุเลาลักษณะของการปวดปวดเมื่อยตามร่างกายมีส่วนช่วยลดและก็รักษาอาการ vasomotor (อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกช่วงเวลาค่ำคืน)สำหรับผู้ที่เคยมีลูกแล้วจะช่วยให้ช่องคลอดกระชับขึ้น และช่วยลดปัญหาท้อง สะโพก ต้นขาลายได้สำหรับคนที่มีลูกยาก มั่นใจว่าจะก่อให้มีบุตรง่ายดายมากยิ่งขึ้น
แคปซูลกวาวเครือขาว ที่มีคุณภาพในทางคลีนิค สามารถใช้ทดแทนฮอร์โมนเพศหญิงในวัยหมดระดูได้ และมีลักษณะท่าทางว่าจะนำไปใช้ขายส่งกวาวเครือขาวและรักษาอัลไซเมอร์ได้ เนื่องจากศึกษาค้นคว้าพบว่า สารสกัดจากกวาวเครือกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการงอกใหม่ของเซลล์สมองได้
ขายกวาวเครือขาว ขายส่งกวาวเครือขาว
รับผลิตกวาวเครือขาว เเคปซูลกวาวเครือขาว
สมุนไพรอื่นๆ
สรรพคุณตรีผลา
ตรีผลา ตำราเรียนยาไทย  ผลอ่อน แก้ไข้เพื่อขับเสลด และไข้เจือลม เป็นยาระบาย ยาถ่าย ผลแก้ แก้เสมหะจุกคอ ทำให้เปียกแฉะคอ แก้โรคตา แก้ธาตุกำเริบเสิบสาน บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้ท้องเดินท้องร่วง รักษาโรคท้องมาน เมล็ดในแก้บิดแก้บิดมูกเลือด ประเทศพม่า ใช้ผลแห้งรักษาอาการไอ รวมทั้งโรคตา ในอินโดจีน ใช้เป็นยาฝาดสมาน แล้วก็ยาบำรุง ผลสดเป็นยาถ่ายตำรายาไทย ผลระบายอ่อนๆแก้ลมป่วง แก้พิษร้อนใน คุมธาตุ แก้ลมจุกเสียด รู้ผายธาตุ ทราบระบายรู้อึ ถ่ายพิษไข้ คุมธาตุในตัวเสร็จ แก้ไข้เพื่อเสลด ผลอ่อน มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ถ่ายอุจจาระ ทราบถ่ายรู้ปิดเอง แก้ลมจุดเสียด คลื่นไส้ แก้สะอึก แก้หืดไอ แก้ท้องร่วงเรื้อรัง ทำเป็นยาชงใช้อมกลั้วคอแก้เจ็บคอ เม็ด รสขม ทำให้เจริญอาหาร
คุณประโยชน์เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ มีสารที่ส่งผลต่อการเยียวยารักษาโรคหลายชนิด แบ่งได้ 3 ประเภทใหญ่ๆคือ สารประเภทที่ละลายน้ำ 30% สารละลายอินทร์ 65% แล้วก็สาระเหย 5% มีสาระสำคัญยกตัวอย่างเช่น polysaccharide, triterpenoids, Germanium, Ganoderic, Essence รวมทั้งวิตามินแล้วก็แร่ธาตุ ซึ่งช่วยสร้างภูมิต่อต้านทางโรค ต้านทานโรคมะเร็ง บำรุงตับ บำรุงสมองแล้วก็ระบบประสาท ปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย เหมาะสำหรับบำรุงร่างกายเพราะเหตุว่ามีความปลอดภัยสูง โพลีแซคติดอยู่ไรค์ (polysaccharide) เป็นสาระสำคัญในเห็ดหลินจือที่จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย คือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ต้านทานโรคมะเร็ง คุ้มครองปกป้องการยืนขึ้นลุกลามของเซลล์ของมะเร็ง ช่วยทำให้ปรับปรุงลักษณะการทำงานของตับอ่อน ปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยกำจัดพิษ แต่เนื่องจาก polysaccharide มีโครงสร้างที่สลับซับซ้อนอาจจะเป็นผลให้ย่อยยากจำเป็นที่จะต้องกินวิตามินซีหรืออาหารที่มีวิตามินซีสูง เพื่อช่วยสำหรับเพื่อการซับสาร polysaccharide ไปสู่ร่างกายเยอร์มาเนียม (Germaniuum) ในดอกเห็ดหลินจือมีเยอร์มาเนียมสูงถึง 800 – 2000 ppm สารเยอร์มา – เนียมมีประโยชน์ต่อสถาพทางร่างกายดังต่อไปนี้

  • ออกซิเจนในเลือด 4. รักษาโรคมะเร็ง
  • กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย 5. ทำให้การไหลเวียนของโลหิตดียิ่งขึ้น
  • สมอง บำรุงประสาท 6. กำจัดสารพิษ บำรุงตับ รักษาตับ


สามเทอร์ป่ายปีนอยด์ (Tritepenoids) มีประโยชน์ต่อสภาพทางด้านร่างกายดังต่อไปนี้

  • ต้านโรคมะเร็ง 4. ลดโคเลสเตอรอล ปรับไขมันภายในร่างกายให้ปกติ
  • ควบคุมระดับความดันเลือดให้ธรรมดา 5. เสริมสร้างระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารให้ดียิ่งขึ้น
  • ควบคุมภูมิแพ้ 6. กระตุ้นแนวทางการทำงานของเม็ดเลือดขาว


สารกาโนเดอริก (Ganoderic Essence) ช่วยลดความดันเลือด ลดไขมันในเส้นโลหิตแล้วก็คุ้มครองการ
ตันของไขมันข้างในเส้นเลือด
สรรพคุณ ดอกดาวเรือง
ดอกดาวเรือง [/b]รสขม ฉุนเล็กน้อย ใช้ละลายเสมหะ, แก้มึนหัว, ตาแดง, ลดไข้, บำรุงตับ, แก้ร้อนใน,ไอหวัด,โรคไอกรน, เต้านมอักเสบ, เป็นแผลมีหนอง, บำรุงสายตาใบ รสเปียกแฉะเย็นมีกลิ่นแรง ใช้แก้ฝีหนอง อาการบวมโดยไม่เคยรู้ต้นเหตุ,ลดการต่อว่าเชื้อ น้ำมันหอมระเหย มีสรรพคุณแก้วิงเวียนหัว หน้ามืด เป็นลม สามารถคุ้มครองปกป้องผิวแห้ง ผิวแตกลาย บำรุงผิว บำรุงเส้นผม
ราก มีรสขมเผ็ดบางส่วน มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอดแล้วก็ตับ ใช้เป็นยาระบายน้ำคั้นจากใบใช้แก้อาการหูเจ็บ ปวดหู ช่วยแก้ลักษณะของการปวดฟัน ช่วยรักษาปากยุ่ย แผลเน่า ช่วยแก้ลักษณะของการปวดท้อง ใช้เป็นยาขับพยาธิเภสัชตำรับของประเทศเม็กซิโก เคยใช้ดอกและก็ใบต้มน้ำกินใช้ขับลมแล้วก็ขับปัสสาวะ  ในอินเดีย น้ำคั้นจากดอกใช้ฟอกโลหิตแล้วก็แก้ริดสีดวงทวาร ในบราซิล ใช้ดอกชงน้ำหรือต้นน้ำรับประทาน แก้ลักษณะของการปวดตามข้อ
คุณประโยชน์ถั่งเช่า
ถั่งเช่า คุณประโยชน์ถั่งเช่าช่วยเสริมความสามารถทางเพศ มีฤทธิ์ชูกำลังทางเพศ ช่วยทำให้น้ำเชื้อแข็งแรก เพราะการกินถั่งเช่าจะนำมาซึ่งการทำให้มีเลือดไปเลี้ยงของลับเยอะขึ้นเรื่อยๆ ถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มปริมาณของสเปิร์มในอสุจิได้ โดยจากการเรียนในผู้ชาย 22 คนพบว่าเมื่อใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมแล้ว จำนวนของสเปิร์มในอสุจิเพิ่มขึ้น 33% อีกทั้งยังลดปริมาณสเปิร์มที่มีความผิดธรรมดาลงได้ถึง 29% แล้วก็เมื่อศึกษาเล่าเรียนเสริมเติมก็พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มความอยากทางเพศได้ 66 – 86% ทั้งยังมีคุณลักษณะสำหรับในการคุ้มครองป้องกันแล้วก็เสริมสร้างรูปแบบการทำงานของต่อมหมวกไต รวมทั้งเพิ่มช่องทางที่สเปิร์มจะปฏิสนธิได้ช่วยปรับให้แนวทางการทำงานของหัวใจ  ถั่งเช่า มีสรรพคุณช่วยทำให้อัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติได้ ทั้งยังช่วยทุเลาอาการหัวใจขาดออกซิเจน และเพิ่มออกสิเจนให้หัวใจได้สร้างเสริมหลักการทำงานของระบบภูมิต้านทาน ถั่งเช่ามีคุณประโยชน์ช่วยปรับให้ปรุงรูปแบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ  ช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์ภูมิต้านทานมากขึ้นต่อต้านมะเร็ง ถั่งเช่าก็ยังมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการต่อต้านมะเร็ง ขึ้นรถคอร์ไดเซปิน (Codycepin) ที่อยู่ในถั่งเช่านับว่าเป็นสารที่มีความจำเป็นสำหรับเพื่อการต้านทานการเกิดโรคมะเร็ง คุ้มครองการเกิดแล้วก็การแพร่ขยายของเนื้อร้ายลดไขมันในเลือด ถั่งเช่ามีสรรพคุณควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล แล้วก็ไตรกลีเซอร์ไรด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภัยอื่นๆฟื้นฟูรูปแบบการทำงานของไต สำหรับคนเจ็บโรคไตเรื้อรัง การรับประทานถั่งเช่าจะช่วยบรรเทาอาการลง รวมทั้งทำให้สุขภาพไต ทั้งยังลดความเสียหายของไตที่เกิดขึ้นมาจากสารพิษตกค้างได้เสริมสร้างลักษณะการทำงานของตับ การกินถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมจะช่วยลดผลกระทบจากสารพิษ และปกป้องการเกิดพังพืดในตับ สารต้านอนุมูลอิสระก็ยังเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพลักษณะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเลี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ด้วยบำรุงเลือด สารที่อยู่ในถั่งเช่าก็ยังช่วยสร้างเสริมการทำงานของระบบโลหิต ทำให้ร่างกายสร้างไขกระดูกมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำในจำนวนที่เพียงพอต่อสภาพร่างกายลดระดับน้ำตาลในเลือด ถั่งเช่าถือเป็นสมุนไพรอีกชนิดที่ช่วยลดน้ำตาลได้ โดยมีการศึกษาพบว่าการกินถั่งเช่าวันละ 3 กรัม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95%
คุณประโยชน์ว่านชักมดลูก
ว่านชักมดลูก ยาสมุนไพรท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ เหง้า ฝนทาแผล แก้พิษหมากัด หนังสือเรียนไทย เหง้า รักษาเลือดออกมาจากมดลูกหลังคลอด รักษามดลูกอักเสบ แก้ตับอักเสบ แก้ปวดท้อง ขับน้ำดี รักษาอาการเมนส์มาไม่ปกติ , ปวดท้องระหว่างมีเมนส์ ตกขาว ขับน้ำคร่ำ แก้ธาตุพิการของกินไม่ย่อย แก้ริดสีดวงทวาร หัวตำดองดัวยสุรา กินครั้งละไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ สำหรับคนคลอดลูกใหม่ๆแก้เจ็บปวดมดลูก ทำให้มดลูกเข้าอู่หรือเข้าที่เข้าทาง ไม่อักเสบ นิยมนำหัวของว่านชักมดลูกที่เป็นหัวกลมสั้นมาฝานต้มน้ำสำหรับอาบ และดื่ม เพื่อสภาพร่างกาย รวมทั้งมดลูกฟื้นได้เร็วขึ้น ส่วนหญิงบางบุคคลในสมัยใหม่ไม่ค่อยเจอการอยู่ไฟแล้ว แม้กระนั้นก็ยังนิยมใช้ว่านชักมดลูก/ว่านทรหดมาต้มน้ำอาบ รวมทั้งดื่มเสมอๆตลอดเวลา 3 เดือน หรือมากกว่า ว่านชักมดลูกยังช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร แก้ริดสีดวง แก้โรคไส้เลื่อน รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ปกป้องมะเร็งประเภทต่างๆลดลักษณะของการปวดบวมของแผล และต้านการอักเสบของแผล หากเป็นแผลด้านในจะใช้การต้มน้ำกิน หากเป็นแผลข้างนอกบางทีอาจใช้ทั้งยังการต้มน้ำ ใช้บดทาแผล หรือน้ำต้มล้างทาแผล ช่วยกระตุ้นขั้นตอนการสร้างเซลล์ใหม่ รวมทั้งการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรือเซลล์รอยแผล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวดูผ่องใส ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยสำหรับการควบคุมน้ำหนัก กระตุ้นการหลั่งน้ำถุง และช่วยกระตุ้นกระบวนมือย่อยของกิน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

Tags : ขายกวาวเครือขาว

14

ขิง
ขิง ชื่อสามัญ Ginger (จิน’เจอ)
ขิง ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber officinale Roscoe จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)
ขิง จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสาระต่อสุขภาพร่างกายในหลายๆด้าน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินแล้วก็แร่ที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อสภาพร่างกายของพวกเรา อย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส แถมยังมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และก็เส้นใยจำนวนหลายชิ้นอีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของขิงนั้น พวกเราสามารถนำมาใช้ได้หลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นราก เหง้า ต้น ใบ ดอก แก่น และก็ผลก็ได้ทั้งหมด
คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากขิง
-ขิงจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ
มีสารต้านอนุมูลอิสระไม่น้อยเลยทีเดียว ช่วยชะลอความแก่แล้วก็ชะลอการเกิดริ้วรอย
มีส่วนช่วยในการคุ้มครอง ต้านการเกิดโรคมะเร็ง ต้านทานการเจริญเติบโตของเซลล์ของโรคมะเร็ง
ช่วยลดผลข้างเคียงจากสารเคมีที่ใช้สำหรับในการรักษาโรคมะเร็ง เพราะฉะนั้นควรรับประทานขิงควบคู่ไปกับการรักษาโรคมะเร็งจะมีผลดี
ขิง มีฤทธิ์อุ่น ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยสำหรับการขับเหงื่อ
ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการใช้ลำต้นสดๆนำมาตีให้แหลกประมาณ 1 กำมือ แล้วต้มกับน้ำกิน
ช่วยลดน้ำหนัก ลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอล ด้วยการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากไส้ แล้วปล่อยให้ร่างกายกำจัดออกทางอุจจาระ
ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะและไมเกรน ด้วยการกินน้ำขิงเสมอๆ
ช่วยลดความต้องการของผู้ติดยาเสพติดลงได้
แก้ตานขโมย ด้วยการใช้ขิง ใบกะเพรา พริกไทย ไพล มาบดผสมกันแล้วเอามารับประทาน
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต ด้วยการนำขิงสดมาฝานต้มกับน้ำดื่ม
ช่วยทำนุบำรุงหัวใจของคุณให้แข็งแรง
ช่วยบรรเทาอาการของโรคประสาท ซึ่งทำให้จิตใจหม่นหมอง (ดอก)
ช่วยฟื้นฟูร่างการสำหรับมารดาหลังคลอดลูก ด้วยการรับประทานไก่ผัดขิง
มีส่วนช่วยให้เจริญอาหาร (ราก, เหง้า) ด้วยการใช้เหง้าสดประมาณ 1 องคุลีนำมาต้มกับน้ำดื่ม ก็จะได้เป็นยาขมเจริญอาหาร
ใช้กินเพื่อบำรุงเป็นยาธาตุ บำรุงธาตุไฟ (เหง้า, ดอก)
ใช้บำรุงน้ำนมของแม่ (ผล)
ช่วยทำให้นอนหลับได้อย่างสบาย
การกินขิงจะช่วยให้เลือดแข็งเป็นลิ่มเลือดได้ช้าลง
ใช้แก้ไข้ (ผล) ด้วยการนำขิงสดมาคั้นเป็นน้ำให้ได้ประมาณครึ่งถ้วย แล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา เอามาต้มกับน้ำ 2 ถ้วย แล้วนำมาดื่มวันละ 3 ครั้ง จะช่วยทุเลาอาการได้
ช่วยแก้หวัด ทุเลาอาการไอ บรรเทาหวัดจับเสมหะ ด้วยการใช้ขิงสดฝนกับน้ำมะนาวใส่เกลือนิดนึง
ละอองน้ำหอมระเหยจากน้ำขิงช่วยทำลายไวรัสหวัดในทางเดินหายใจได้
แก้ลม (ราก)
ในผู้ป่วยที่มีลักษณะอาการเมายาสลบข้างหลังผ่าตัด น้ำขิงช่วยแก้เมาได้
ช่วยแก้อาการเมารถ เมาเรือได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยการใช้ขิงสดนำมาตำให้แหลก คั้นเอาเฉพาะน้ำ (ไม่ต้องดื่มน้ำตาม)
ช่วยจัดการกับปัญหาผมตก หัวล้าน ด้วยการนำเหง้าสดไปผิงไฟกระทั่งอุ่น แล้วเอามาตำให้แหลก นำมาพอกรอบๆที่มีผมตก วันละ 2 ครั้งจนกระทั่งอาการดียิ่งขึ้น หรืออีกแนวทางก็คือคั้นเอาเฉพาะน้ำขิงมาผสมกับน้ำมันที่สกัดจากมะกอกแล้วเอามาหมักผม นวดให้ทั่วศีรษะราวๆ 30 นาทีก็ช่วยลดปัญหาผมหล่นได้เหมือนกัน แถมยังช่วยทำให้ผมงาม แข็งแรง มีความนิ่มลื่น ไม่ขาดง่ายอีกด้วย
-ช่วยบำรุงรักษาสายตา รักษาโรคเกี่ยวกับตา รวมทั้งใช้แก้อาการตาฟาง (ผล, ใบ)
ช่วยรักษาอาการตาแฉะ (ดอก)
ช่วยแก้โรคกำเดา (ใบ)
ใช้แก้อาการคอแห้ง เจ็บคอ (ผล)
ใช้รักษาอาการปากคอยุ่ย ท้องผูก (เหง้า,ดอก)
ช่วยรักษาลักษณะของการปวดฟัน ด้วยการนำขิงแก่มาตีให้รอบคอบคั่วกับน้ำสารส้มจนถึงเกรียม แล้วบดกระทั่งเป็นผง หลังจากนั้นนำมาพอกบริเวณฟันที่ปวดแก้เสมหะ เสลดขาวเหลวปริมาณมากมีฟอง (ผล, ราก)ช่วยรักษาภาวะน้ำลายมาก อ้วกเป็นน้ำใสช่วยลดกลิ่นปาก แก้อาการปากเหม็น ด้วยการนำขิงมาคั้นผสมน้ำอุ่นแล้วก็เกลือเล็กน้อย นำมาอมบ้วนปาก ช่วยฆ่าเชื้อโรคในปากได้อีกด้วยช่วยบำรุงรักษาฟันรวมทั้งคุ้มครองป้องกันการเกิดฟันผุ
ช่วยดับกลิ่นรักแร้ ด้วยการใช้เหง้าขิงแก่นำมาตีให้แหลก แล้วนำมาคั้นเอาน้ำมาทารักแร้บ่อยๆ จะสามารถช่วยจัดการกับรอยคราบกลิ่นได้
ช่วยแก้อาการสะอึก ด้วยการใช้ขิงสดตำจนกระทั่งแหลก คั้นเอาเฉพาะน้ำผสมกับน้ำผึ้งน้อย คนให้เข้ากันแล้วเอามาดื่ม
ช่วยรักษาโรคบิด (ผล, ราก, ดอก) ด้วยการใช้ขิงสดราว 75 กรัม ผสมกับน้ำตาลทรายแดง นำมาตำกระทั่งเหมาะ แล้วกิน 3 มื้อต่อวัน
ช่วยแก้อาการอาเจียน (เหง้า, ผล) ด้วยการนำขิงสดประมาณ 5 กรัมหรือขนาดเท่านิ้วโป้งมือ เอามาทุบให้แตกแล้วต้มกับน้ำดื่ม
ช่วยลดการอ้วกอาเจียนจากการแพ้ท้อง (สำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่สมควรรับประทานบ่อยจนถึงเกินไป)
แก้อาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง ขับลมในลำไส้ (ผล, ราก, ใบ) ด้วยการนำขิงแก่มาตีพอเพียงแหลก เทน้ำเดือดลงไปครึ่งแก้ว แล้วปิดฝาตั้งทิ้งเอาไว้ราวๆ 5 นาทีแล้วนำน้ำมาดื่มระหว่างมื้อของกิน
ช่วยรักษาลักษณะของการปวดในตอนก่อนหลังรอบเดือน ด้วยการนำขิงแก่ที่แห้งแล้วประมาณ 30 กรัมมาต้มกับน้ำเป็นประจำ
ช่วยย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ดอก)
ช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาการจุกเสียด (เหง้า)
ช่วยสำหรับเพื่อการขับถ่าย รวมทั้งช่วยในเรื่องของระบบไส้ให้ปฏิบัติงานได้อย่างปกติ
ช่วยฆ่าพยาธิ พยาธิกลมจุกไส้ (ใบ) ใช้น้ำขิงผสมกับน้ำผึ้งแล้วเอามาดื่ม
ช่วยแก้อาการขัดฉี่ (ดอก, ใบ)
ช่วยรักษาเยี่ยวรดที่พักผ่อนในผู้เจ็บป่วยที่มีสภาวะหยางพร่อง มีความเย็นภายในร่างกายเป็นเหตุ
ช่วยรักษาโรคนิ่ว (ใบ, ดอก)
ช่วยแก้อาการฟกช้ำดำเขียว (ใบ)
ขิง ช่วยรักษาลักษณะของการปวดข้อตามร่างกายด้วยการรับประทานขิงสดบ่อยๆ
มีฤทธิ์ช่วยต้านทานเชื้อแบคทีเรีย
ใช้เป็นยาแก้คัน ด้วยการนำแก่นของขิงฝนทำเป็นยา (แก่น)
จัดการกับปัญหาหนังที่มือลอกเป็นสะเก็ด ด้วยการใช้เหง้าสดมาหั่นเป็นแผ่น แล้วเอามาแช่สุรา 1 ถ้วยชา ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แล้วนำแผ่นขิงมาเช็ดรอบๆดังที่กล่าวผ่านมาแล้ววันละ 2 ครั้ง
ช่วยรักษาแผลเริมบริเวณหลัง ด้วยการใช้เหง้า 1 หัว เอามาเผาเปลือกนอกจนถึงเป็นถ่าน คอยเฉือนถ่านที่เปลือกนอกออกไปเรื่อยๆแล้วนำผงที่ได้มาผสมกับน้ำดีหมูนำมาทาบริเวณที่เป็นแผลซึ่งถ้าหากว่าถูกแมงมุมกัด ใช้ขิงสดฝานบางๆนำมาวางทับรอบๆที่ถูกกัดจะช่วยทุเลาอาการได้ช่วยรักษาอาการมือเท้าเย็น กลัวหนาว เย็นท้อง เป็นต้น ช่วยคุ้มครองปกป้องการแพ้อาหารทะเลจนเกิดผื่นคัน ลมพิษ หรือของกินช็อกคุณประโยชน์ของขิง
ช่วยรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการนำขิงสดมาตำให้แหลก แล้วนำกากมาพอกบริเวณแผล เพื่อคุ้มครองปกป้องการอักเสบรวมทั้งการเกิดหนองในขิงมีสารที่สามารถใช้กันบูดกันเหม็นหืนในน้ำมันได้
ในด้านการทำอาหารนั้น ขิงสามารถช่วยเพิ่มรสชาติของกินได้เป็นอย่างดี และสามารถช่วยขจัดกลิ่นคาวของอาหารเจริญอีกด้วย
ในด้านความงามนั้นมีผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งตัวที่ใช้บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของขิงอีกด้วย
ช่วยให้ผิวพรรณเรียบเนียนยิ่งขึ้น ด้วยการนำขิงสดมาขูดเป็นฝอยแล้วเอามานวดบริเวณต้นขา ตูด หรือรอบๆที่มีเซลลูไลต์จะช่วยลดความขรุขระของผิวได้อีกด้วย
ผลิตภัณฑ์จากขิงนั้นเอามาแปรรูปได้หลายสิ่งหลายอย่าง ดังเช่นว่า บัวลอยน้ำขิง ขิงแช่อิ่ม ขิงเชื่อม ขิงกระป๋อง ขิงแคปซูล น้ำขิงมะนาว เป็นต้น

วิธีการทำน้ำขิง
วิธีทำน้ำขิงวิธีการทำน้ำขิงอันดับแรกให้จัดแจงส่วนผสมดังต่อไปนี้ ขิงแก่ 1 กิโล / น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วยตวง / น้ำสะอาด 3 ลิตร
นำขิงที่ได้ไปล้างให้สะอาด นำมาตีให้แตก แล้วนำมาใส่เอาไว้ภายในหม้อต้ม เติมน้ำสะอาดลงไป เอาขึ้นตั้งไฟ
เมื่อต้มจนน้ำเดือดและก็หลังจากนั้นจึงค่อยค่อยไฟลง เคี่ยวราว 20 นาทีจนน้ำขิงละลายออกมาจนถึงหมด (น้ำจะเป็นสีเหลืองอ่อนๆ) แล้วชูลงจากเตา
เสร็จแล้วให้ตักน้ำขิงใส่แก้ว เพิ่มน้ำตาลทรายแดงลงไป 1-2 ช้อนชา (ตามสิ่งที่มีความต้องการ) แล้วคนจนเข้ากัน
เป็นระเบียบรวมทั้งสามารถนำมาดื่มได้ โดยนำมาดื่มแบบร้อนๆได้เลย
หรือจะดื่มแบบเย็นๆด้วยการใส่น้ำแข็งลงไปก็ได้ด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นควรจะเพิ่มน้ำตาลมากยิ่งกว่า 2-3 เท่า (จะช่วยไม่ให้รสจืดมากเกินความจำเป็น เนื่องจากมีน้ำแข็งผสมอยู่นั่นเอง)
น้ำขิงที่คั้นมานั้นไม่ควรใช้ปริมาณที่เข้มข้นจนเกินความจำเป็น เพราะว่าจะมีอันตรายต่อสภาพทางด้านร่างกายได้ ด้วยเหตุว่าจะไปหยุดการบีบตัวของลำไส้ จนถึงทำให้ไส้หยุดการบีบตัว ด้วยเหตุดังกล่าวควรคั้นในจำนวนน้อยๆหรือดื่มจนเคยชินก่อน
พวกเรามักจะรู้จักคุ้นเคยกับขิงว่าเป็นอาหารที่นิยมนำมาใช้สำหรับการทำครัวแล้วก็ทำเครื่องดื่ม ซึ่งจริงๆแล้วขิงจัดเป็นสมุนไพรไทยที่ช่วยการบำบัดรักษาโรคต่างๆได้สารพัดสารพัน นับว่าเป็นตัวช่วยในการรักษาโรคได้อย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าดังนี้เราก็ไม่ควรจะหวังพึ่งคุณประโยชน์ของขิงเพียงอย่างเดียวสำหรับการบำบัดรักษาโรค ควรทำอย่างอื่นหรือดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของเราร่วมด้วยจะได้ผลดีนักแล
พวกเรามักนิยมใช้ขิงแก่ เนื่องจากว่ายิ่งแก่จะยิ่งให้ความเผ็ดร้อน จึงมีสรรพคุณทางยาที่มากกว่าขิงอ่อน และยังมีใยอาหารเยอะขึ้นเรื่อยๆตามไปด้วย แต่ว่าเพราะว่าขิงมีรสเผ็ด มีคุณสมบัติอุ่น จึงไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีความร้อนภายในร่างกายอยู่แล้ว ได้แก่คนที่เหงื่อออกมาก เหงื่อออกเวลากลางคืน ตาแดง หรือมีไฟในตัวมากยิ่งกว่าปกติ แต่ว่าถ้าจะกินควรระมัดระวังเป็นพิเศษ http://www.disthai.com/

15

น้ำมันเหลือง คืออะไร?
น้ำมันเหลือง ยาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรประสิทธิภาพเยี่ยม ทำจากพืชสมุนไพรจำพวกต่างๆกัน คุณประโยชน์ที่ใช้สูดดม ทา นวด เพื่อทุเลาอาการต่างๆคุณประโยชน์นี้ไม่ด้อยกว่ายาแผนปัจจุบันเลยทีเดียว
บริการนวดน้ำมันเหลืองและก็ส่วนใหญ่สร้างความแข็งแรง ระบบภูมิต้านทานและช่วยสำหรับการย่อยของกินดีขึ้น.
ศิลปะที่สวยสดงดงามของการนวดได้ทวีความรุนแรงเยอะขึ้นด้วยการนวดน้ำมันบางมากมาย. น้ำมันนวดแต่ละคนมีคุณสมบัติรักษาโรคต่างๆที่มีเพื่อบริการด้านต่างๆในการรักษาร่างกายและจิตใจของคุณอีกด้วย. เลือกน้ำมันที่เยี่ยมที่สุดสำหรับสิ่งที่ต้องการเฉพาะบุคคลของคุณรวมทั้งบรรเทาร่างกายของคุณด้วยการนวดบรรเทาและก็ฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ, เพื่อรักษาความสมดุลทางด้านจิตวิญญาณของคุณแล้วก็สุขภาพที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายของคุณ.
คุณประโยชน์ซึ่งมาจากการนวดน้ำมัน
นวดจริงคือการกระตุ้นเยื่อของร่างกายด้วยมือ, เพื่อสนับสนุนสุขภาพรวมทั้งฟื้นฟูให้ร่างกายทั้งสิ้น. น้ำมันนวดถูกดีไซน์มาเพื่อให้มือเลื่อนได้ง่ายขึ้นในระหว่างนวด และในขณะเดียวกันเครื่องหอมอโรมาให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุดสำหรับทั้งกายและใจ. อ่านถัดไปเพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับมาจากการนวดน้ำมันเหลืองและบรรเทาร่างกายของคุณที่มีประสบการณ์นวดแจ่มใส.
การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
การนวดน้ำมันเหลืองเป็นแนวทางดูแลภาวะผิวแล้วก็สุขภาพที่ขอชี้แนะเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรและก็พืชต่างๆที่อุดมไปด้วยประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย โดนการนำสารสกัดกลิ่นแล้วก็เนื้อน้ำมันเหล่านั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอมหวน รวมทั้งสัมผัสของของน้ำมันที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความเคร่งเครียด ทำให้พวกเราผ่อนคลาย น้ำมันเหลือง รวมไปถึงช่วยในเรื่องของความชื้นและผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้พวกเราจะพาไปดูคุณประโยช์จากการนวดน้ำมันว่าเป็นประโยชน์ในด้านใดบ้าง
          สินค้าตัวนี้ สร้างจากสมุนไพรแท้ 100% ไม่มีส่วนผสมจากสเตอรอยด์หรือสารเคมีอันตรายใด  ซึ่งก็มีสิ่งที่ห้ามจำกัดอยู่เช่นกันสำหรับในการใช้ ซึ่งในเรื่องที่มีการแพ้สาร Notoginsenoside, Flavonoid, การบูร
มาดูประโยช์จากน้ำมันนวดกันค่ะ

  • ปวดก้านคอ บ่า ไหล่ จากการนั่งทํางานนานๆทํางานหน้าคอมฯ Office syndrome เป็นต้น
  • คนทํางานที่ต้องใช้กล้าม ดังเช่นว่า ยกของหนัก
  • นักกีฬา หรือผู้ที่บาดเจ็บจากการออกกําลังกาย
  • นักทัศนาจร นักท่องเที่ยว
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ กระดูก ข้อต่อ เอ็น กล้าม อย่างเช่น ข้อหัวเข่าอักเสบ, เอ็นอักเสบ, กระดูกทับ เส้นประสาท เป็นต้น
น้ำมันเหลือง ซึ่งพวกเรามาดูผลข้างเคียงจากการทานยาคลายกล้ามเนื้อกันนะคะ เพราะอะไรถึงจะต้องเลือก น้ำมันนวดด้วยเหตุว่า ยาคลายกล้ามธรรมดาที่พวกเราทาน ทำให้กล้ามรู้สึกหายเป็นปกติจริง เราจะมีความคิดว่ามันหายเป็นปกติ แล้วหลังจากนั้นก็บริหารร่างกายได้ปกติไม่เจ็บ แต่อันที่จริงแล้วกล้ามยังอักเสบอยู่ ถ้าเกิดเรายังคงใช้งานกล้ามดังเดิมจะก่อให้กล้ามเนื้ออักเสบมากขึ้นเรื่อยๆ การที่กินยาแล้วบริหารร่างกายส่วนนั้นต่อเป็นเวลานานๆเข้า ก็บางครั้งอาจจะอัดเสบเรื้อรังได้ อันนี้เป็นข้อผลข้างเคียงทางอ้อมมาจากการทานยาคลายกล้ามเนื้อน้ำมันเหลือง ซึ่งคนโดยมากรวมทั้งจะใช้กล้ามหรือดำเนินงานธรรมดาทุกอย่างด้วยเหตุว่าเราไม่รู้สึกปวดหรือเจ็บแล้ว ซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่ถูกเนื่องจากการทานยาคลายกล้ามยาเมื่อพวกเราทาน
นํ้ามันนวด ตัวนี้เหมาะสำหรับคนไหนกันบ้าง?

  • ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจากการทำงานหนัก
  • ปวดมือรวมทั้งคอจากการเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • ผู้ที่ปวดหลังจาก Office syndrome
  • คนที่ปวดข้อจากโรคเกาท์
  • คนที่ปวดหัวเข่าจากโรคข้อต่ออักเสบ
  • ผู้ที่ปวดขาจากการเดิน Shopping
  • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ตีดอท จนถึงปวดมือ
  • ปวดคอจากการเล่นโทรศัพท์มือถือ
  • เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจากการทำงานหนัก
  • ช๊อปจัดหนัก กระทั่งปวดขา


          สำหรับคนไหนกันแน่ที่  มีติดบ้านกันไว้ก็ดีแล้วนะคะ บทความนี้เป็นเพียงรีวิวการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นความนึกเห็นส่วนตัวเพียงแค่นั้นนะคะมิได้ขายคออะไร พวกเราใช้แล้วได้ผลจริงก็เลยมาบอกต่อซึ่ง บทความนี้เราได้หาข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้จากเว็บต่างๆนะคะ น้ำมันเหลืองเพื่อมาประกอบสำหรับเพื่อการรีวิว ซึ่งหากมีจุดบกพร่องอย่างใด สามารถแนะนำแล้วก็ชี้แนะกันเข้ามาได้ แล้วก็สามารถติดตามบทความรีวิว ของพวกเราได้เรื่อยๆเลย และพวกเราจะมีผลิตภัณฑ์ดีๆตัวไหนมาชี้แนะอีกห้ามพลาดเป็นอันขาดนะคะ เจอกันในบทความหน้า
การเลือกน้ำมันนวด
การเลือกน้ำมันเหลืองนวดขึ้นอยู่กับการใช้แรงงาน รวมทั้งสรรพคุณต่างๆของน้ำมันนวดแต่ละชนิด โดยส่วนมากน้ำมันพื้นฐานที่นิยมนำมาผสมทำน้ำมันนวด เป็นต้นว่า น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากเมล็ดทานตะวัน ฯลฯ ซึ่งมีวิตามินอี สูงขึ้นยิ่งกว่าน้ำมันถั่วเหลือง และก็น้ำมันเมล็ดข้าวโพดถึง 3 เท่า วิตามินอี ปฏิบัติภารกิจเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ดักจับ แล้วก็ทำลายของเสียที่ทำร้ายเซลล์ต่างๆของร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ลกไขมันในเส้นโลหิต คุ้มครองการเกิดโรคมะเร็ง น้ำมันเหลือง ยิ่งไปกว่านี้น้ำมันเม็ดดอกทานตะวันยังมีกรดไขมันไม่อิ่ม กรดไลโนเลอิกสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต้องต่อร่างกาย อีกทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวย

หน้า: [1] 2 3 ... 13